<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
<channel>
<title>Just let me hold you and we'll both fall down</title>
<language>th-TH</language>
<link>http://shongko.storythai.com</link>
<description>http://EVER THE SAME</description>
<item>
<title><![CDATA[011 : The Story of Us (จริงๆนะ)]]></title>
<link>http://shongko.storythai.com/200803/011-the-story-of-us</link>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><br />คุณรู้ไหมคะ..ฉันเคยนึกรู้สึกผิดที่ฉันได้ครอบครองผู้ชายคนนึง<br />ที่ผู้หญิงหลายๆคนต่างก็อยากจะเป็นเจ้าของในตัวเขา<br />ฉันรู้ว่ากี่หยดน้ำตาที่จะหลั่งไหลมาหากรู้ว่าเขามีคนรักที่แสนจะธรรมดาอย่างฉัน<br />แต่ฉันทำอะไรไม่ได้..ฉันรักเขาและเขาก็รักฉัน<br />เรารักกันมากและผ่านอะไรมามากจนไม่มีเหตุผลที่จะแยกกันไปได้เสียแล้วในตอนนี้<br />ฉันก็ทำได้แค่ รักเขาให้มากขึ้นไปอีก และจะไม่ทำให้เขาเสียใจ..</p>
<p><br />ผู้ชายของฉันเป็นผู้ชายเจ้าเสน่ห์ ดวงตาชวนโศกของเขาช่างมีแรงดึงดูดอย่างที่ไม่อาจขัดขืนได้<br />เขาไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนเทพบุตรในนิยาย แต่ในความไม่สมบูรณ์แบบของเขานั้น <br />กลับทำให้ตัวเขาน่าค้นหาและน่าครอบครองมากกว่าเดิมเสียอีก<br />อย่าว่าฉันเลยนะคะว่าช่างโอ้อวดเสียจริงๆ ถ้าคุณรู้ว่ามีผู้หญิงรักใคร่สนใจเขากี่คนแล้ว<br />คุณอาจจะถึงกับอ้าปากค้างเลยทีเดียว<br />แต่จะอ้าปากค้างเรื่องจำนวนสาวๆ หรือเพราะ <br />ผู้ชายอย่างเขาทำไมมารักกับผู้หญิงธรรมดาๆอย่างฉันได้<br />อันนี้ก็ต้องว่ากันอีกที..</p>
<p><br />คุณรู้ไหม..เรื่องราวความรักของฉันมันช่างเหมือนกับจากนิยายเล่มหนาๆที่สาวๆชอบอ่านกันเสียจริงๆ<br />เริ่มจากแรกที่รู้จักกัน ในวันนั้นเขาไม่ได้รู้หรอกค่ะว่ายายมนุษย์ผู้หญิงคนนี้อยู่ตรงส่วนไหนของโลก<br />มันบังเอิญที่ว่าเพื่อนใหม่ของฉันเป็นเพื่อนของเขา..ในโลกกลมๆที่มีการสื่อสารชื่อว่า internet เนี่ย<br />มันสามารถย่นระยะทางได้ยิ่งกว่าการนั่งเครื่องบินไปกลับ บ้านฉันและบ้านเขา ห้าถึงหกชั่วโมงเสียอีก<br />และมันก็ทำให้โลกกลมได้มากขึ้น หรืออาจจะยากขึ้นก็ไม่รู้..แต่เอาเป็นว่าฉันได้มารู้จักเขาแล้วสิ..<br />ฉันไม่มีคำตอบให้นะคะว่าทำไมฉันถึงไปรักไปชอบเขาเข้าได้ มันไม่ใช่ประเด็นของเรื่องนี้หรอกค่ะ <br />เรื่องบางอย่างเก็บไว้เป็นความลับก็ตื่นเต้นดีว่าไหม?</p>
<p><br />คุณเคยได้ยินเพลงที่ว่า ความรักศักดิ์ศรี รักไม่มีพรหมแดน รักไม่มีศาสนา บ้างไหมคะ?<br />ฉันเชื่อค่ะว่ามันเป็นอย่างนั้น แต่ในตอนนั้นน่ะ เขายังไม่ได้รักฉัน <br />มันก็เลยมีพรหมแดน..ที่เรียกว่า "ภาษา" เกิดขึ้น<br />ฉันได้รับการเสี้ยมสอนจากยายเพื่อนคนดีว่า พ่อยอดขมองอิ่มของฉันนั้น ภาษาอังกฤษเขาใช้ได้ทีเดียว<br />ดังนั้น นับแต่วันที่ฉันได้รู้ที่อยู่ตู้จดหมายออนไลน์ของเขาแล้ว<br />ฉันก็เฝ้าส่งจดหมายไปทุกวี่ทุกวัน วันละฉบับ..ด้วยภาษากลางของโลก..ภาษาอังกฤษ<br />ด้วยใจความหลากหลายแต่ตรงประเด็นตามนิสัยของฉัน..<br />ฉันสารภาพรักเขาไปพร้อมจดหมายเหล่านั้นนั่นแหละค่ะ<br />นานนับเดือนกว่าเขาจะยอมตอบจดหมายของฉัน..เป็นผู้ชายเล่นตัวเสียด้วย..<br />แต่เขาไม่ได้ส่งมาทักทายเฉยๆนะคะ เขาปฏิเสธรักฉันมาค่ะ ตรงไปตรงมากันน่าดู<br />ถามว่าฉันเสียใจไหม..ก็ไม่เลยสักนิด เพราะฉันก็รู้ว่าถ้าเขาตกลงโอเคมา คงไม่ใช่ผู้ชายที่ดีเท่าไหร่แล้ว..<br />แต่ที่ฉันสะเทือนใจมากก็คือ..เขาบอกมาว่า เขาแปลจดหมายฉันไม่ออก..<br />ฉันรู้สึกเหมือนเดินบนรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วแล้วขาพลิกลงมาอย่างนั้นแหละ<br />ทำไมไม่บอกฉันให้เร็วกว่านั้นเสียหน่อยเล่า..พ่อคุณ <br />แต่บอก..ก็ยังดีกว่าไม่บอกเลย แรงฮึดฉันไม่มีทางหายไปง่ายๆหรอกนะ..จะบอกให้<br />ฉันก็เลยคว้ารองเท้าส้นสูงคู่ที่ทำฉันขาพลิกเมื่อครู่มาใส่ใหม่ แล้วก้าวเดินต่อไป<br />กับจดหมายที่มีเนื้อหาเป็นภาษาญี่ปุ่นถูกๆผิดๆเท่าที่ฉันจะสามารถหาคนแปลให้ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นานอยู่หลายเดือน ฉันเฝ้าถามตัวเองว่า เขาจะเข้าใจภาษาญี่ปุ่นของฉันไหมนะ?<br />เขาจะจำฉันได้หรือยัง..เขาจะรู้หรือยังว่าฉันมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้เหมือนกันนะ<br />ก็ถึงวันที่ฉันได้คุยกับเขาผ่านโปรแกรมเทพเจ้า <br />(ฉันคิดว่าเวลาฉันแต่งงานก็คงต้องส่งของขวัญไปขอบคุณ microsoft ด้วยละมั้ง)<br />ในวันนั้นฉันจำได้ว่าฉันกำลังแต่งตัวจะออกไปเที่ยวตามประสาวันหยุดสุดสัปดาห์<br />ขณะกำลังนั่งดูอะไรเพลินๆก่อนออกจากบ้าน ก็เห็นชื่อเขาแว่บๆขึ้นมา<br />หัวใจของฉันเหมือนหยุดเต้นไปสองสามวินาที แล้วฉันก็ทักเขาไป<br />ฉันสมหวังค่ะ เขาจำฉันได้ วันนั้นเป็นวันที่เขาว่างพอดี เราก็เลยได้คุยกันค่อนข้างนาน<br />ด้วยภาษาอังกฤษที่ฉันคิดว่ามันไม่ซับซ้อนเกินไปที่จะสื่อสารกันได้<br />ฉันรับรู้ในวันนั้น..เขาเป็นผู้ชายที่มีอารมณ์ขันแสบๆคันๆล้นเหลือทีเดียว<br />หลังจากที่กล่าวลาจบบทสนทนาในวันนั้น ฉันได้ทำหน้าที่ประจำของฉันด้วย คือบอกรักเขา<br />แล้วเขาก็ได้ทำสิ่งหนึ่ง ซึ่งมันกลายมาเป็นหน้าที่ประจำของเขาในภายหลังเช่นกัน<br />มันคือการสะกิดแผลของฉันพอแสบๆว่า<br />ใคร้มันจะไปรักผู้หญิงที่ไม่รู้จักได้เล่า..</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><br />ฉันอาจจะเป็นโรคจิตประเภทชอบความเจ็บปวดก็ได้นะมาคิดไปแล้ว<br />ฉันก็ยังคงส่งจดหมายเล่าเรื่องราวชีวิตในแต่ละวันพร้อมบอกรักเขาไปอยู่ทุกวี่ทุกวัน<br />หลังจากนั้นมาฉันกับเขาก็ได้พูดคุยกันบ้าง ด้วยบทสนทนาที่ดูจะไม่ต่างกันเลยในแต่ละครั้ง<br />ฉันรักเธอ เหรอแต่ฉันไม่รักเธอ ฉันคิดถึงนะ แต่ฉันไม่นะ เป็นแบบนี้อยู่นาน<br />เพราะอะไรรู้ไหมคะ..เพราะเขามีคนที่รักอยู่แล้ว และก็รักมากเสียด้วย<br />เท่ากับฉันน่ะไปจีบคนที่มีเจ้าของแล้วนี่เองแหละ..<br />แต่อย่าคิดนะคะว่า ฉันจะไปแย่งเขามาสำเร็จ ผู้ชายคนนี้รักใครรักมั่นคงน่าดู<br />ดังนั้น ไม่ว่าฉันจะเพียรพยายามยังไง เขาก็ตอกกลับมาอย่างเย็นชาสม่ำเสมอ แรงดีไม่มีตก<br />แต่ในระหว่างนั้น ฉันได้เรียนรู้ว่าการรอคอยเขามันจะไม่เสียเปล่า..จากปัญหาต่างๆที่ผ่านเข้ามา<br />เขาพิสูจน์ให้ฉันรู้ว่า การที่ฉันพยายามอยู่นั้นมันคุ้มค่าที่จะทำ..</p>
<p><br />จุดพลิกผันเล็กๆจุดนึงมาจากแม่เพื่อนคนดีของฉันนั่นเอง..<br />เพื่อนของเขามาปิ๊งเจ้าหล่อนเข้า ดังนั้นฉันจึงกลายเป็นแม่สื่อกลายๆ<br />สินบนของฉันน่ะเหรอ..คุณน่าจะเดาได้นี่คะ..อีตานั่นก็กลายเป็นพ่อสื่อน่ะสิ<br />ด้วยความที่มีความชำนาญในภาษาอังกฤษระดับนึง พ่อสื่อคนนี้ก็ทำให้เขาได้รู้จักตัวฉันมากขึ้น<br />แต่ก็เหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเท่าไหร่<br />ไม่มีใครทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหวได้เลย..ถามว่าฉันเคยท้อไหม..ก็บ่อยครั้งนะคะ<br />แต่ฉันยอมแพ้ไม่ลงจริงๆ..จากวันแรกที่ฉันบอกรักเขาไปถึงช่วงนั้น ก็ปีกว่าๆแล้วล่ะค่ะ<br />เรื่องราวมันก็ดำเนินไปแบบที่ทำให้ฉันร้องไห้บ้าง หัวเราะบ้าง<br />แต่ไม่มีสักครั้งนะคะที่ฉันจะยอมเลิกหวัง..</p>
<p><br />จนมาถึงอีกจุดพลิกผันนึงก็คือวันที่คนของเขาเดินจากไป ฉันซึ่งรอคอยอยู่สารภาพตรงๆค่ะว่า<br />ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี เพราะเขาทุกข์ทรมานมากทีเดียว <br />ตอนเขามาปรึกษาฉัน..ฉันซึ่งไม่อยากเห็นเขาเศร้าเสียใจก็ดันแนะนำให้เขาไปขอคืนดีเสียอีก..<br />อย่าเข้าใจว่าฉันเป็นคนดีอะไรนักหนาล่ะ ฉันน่ะพูดคำนั้นออกไปทั้งน้ำตาเชียวนะคะ <br />แล้วเขาก็ดันทำมันจริงๆเสียด้วย..ทีนี้คนเสียน้ำตาน่ะกลับมาเป็นฉันแล้วสิ<br />แต่โชคดี..ที่เขาทำมันไม่สำเร็จ ไม่อย่างนั้นฉันคงนอนจมน้ำตาตายไปนานแล้ว<br />ฉันพยายามอย่างที่สุดที่จะให้กำลังใจเขา..</p>
<p><br />แล้ววันนึงเขาก็มาบอกฉันว่า<br />เขาจะไปจีบผู้หญิงคนนึง มีดีกรีเป็นนางแบบเสียด้วย..<br />คุณคิดว่ายังจะมีอะไรทำร้ายจิตใจฉันได้มากกว่านี้อีกไหมคะ?<br />ฉันน่ะนอนบนหมอนเปียกน้ำตาจนหัวจะขึ้นราอยู่เป็นอาทิตย์เชียว<br />แถมอีกวันก็มาถามฉันอีกว่าคิดยังไงถ้าเขาจะไปขอผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟน<br />ฉันได้แต่อวยพรเขาไป กลับโดนเขายั่วโมโหมาเสียอีก<br />เขาถามฉันค่ะว่าหึงเหรอ..คุณดูแล้วกันว่าผู้ชายคนนี้น่ะแสบแค่ไหน<br />แต่แล้วฉันก็ได้รู้จากอีตาพ่อสื่อคนดีว่าผู้หญิงคนนั้นน่ะมีแฟนแล้ว<br />อีกแล้วสิ..ที่ฉันต้องปลอบเขา..ฉันถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วงจริงจัง<br />แต่เขากลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ดูสบายดีปกติทุกอย่างจนฉันงง</p>
<p><br />ฉันงงได้ไม่นานเท่าไหร่ คุณนายเพื่อนของฉันก็ฮอตไลน์สายด่วนมาบอกฉัน<br />ในขณะที่ฉันกำลังขับรถกลับจากมหาวิทยาลัยว่า..เขาจะคบกับฉันแล้วนะ<br />ฉันได้แต่งงแล้วก็ขับรถเบลอๆจนถึงบ้าน ก่อนจะถามไถ่จนได้ใจความว่า<br />เขาฝากเพื่อนฉันมาบอกว่าเขาจะลองคบกับฉันดูสักหนึ่งเดือนก่อน..แล้วค่อยว่ากัน<br />ฉันควรจะดีใจใช่ไหมคะ? ทั้งๆที่กลัวว่าอีกหนึ่งเดือนจะเกิดอะไรขึ้น<br />แต่ฉันก็อดเขินตัวเองไม่ได้เวลานึกว่าฉันเป็นแฟนเขาแล้ว..</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากวันนั้นมา ความสัมพันธ์ของฉันกับเขาก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ<br />จนเลยหนึ่งเดือนที่กำหนดไว้..ฉันน่ะนับวันเวลาทุกลมหายใจเลยล่ะค่ะ<br />แต่พอถึงวันครบกำหนด ฉันทำลืมเสียเอง เห็นเขาไม่พูดอะไรฉันก็เลยเหมาเอาเองว่า เขาตกลงแน่แล้ว<br />เราคบกันมาเรื่อยๆ รักกันมาเรื่อยๆ<br />แม้เขาจะยังคงพูดน้อยอยู่เหมือนเดิม แต่ภาษาก็ไม่ใช่พรหมแดนที่ขวางกั้นอีกแล้วล่ะค่ะ<br />พอมารักกันแล้ว.. พรหมแดนของฉันกับเขาก็คือการงานของเขานั่นเอง<br />งานของเขาเป็นงานที่ต้องให้เวลาส่วนตัวไปกับงานสูงมาก<br />และไม่สามารถจะเอาเรื่องความรักไปปะปนได้เลย <br />ดังนั้นฉันก็จะนั่งเหงาในหลายๆครั้งที่เขาต้องหายไปทำงานนานๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วันนึงฉันตัดสินใจจะไปอยู่ที่ญี่ปุ่นหนึ่งเดือน<br />มันเป็นการตัดสินใจที่บ้าบิ่นมากค่ะฉันรู้ แต่ฉันอยากเจอเขานี่คะ<br />แม้จะมีอุปสรรคที่ทำให้อ่อนใจหลายครั้ง แต่ฉันก็ยังสู้จนได้ไปสมดังหวัง<br />คุณรู้ไหมคะ..ตลอดเวลาหนึ่งเดือนกับหนึ่งอาทิตย์ในญี่ปุ่นของฉัน<br />ฉันไม่ได้เจอกับเขาเป็นการส่วนตัวเลยแม้สักวินาทีเดียว<br />อาทิตย์แรกที่ฉันไปอยู่ที่นั่น ฉันท้อใจจนถึงกับส่งข้อความไปหาเขา..ขอให้จบความสัมพันธ์เพียงเท่านั้น</p>
<p><br />แต่พอเขาส่งข้อความตอบกลับมา เรียกฉันว่าเพื่อน ถึงจะรู้ว่าเขาจงใจจะทำให้ฉันรู้สึก<br />แต่ฉันก็น้ำหูน้ำตาร่วงเต้นแร้งเต้นกาจนไปเจอเขาในเวลาทำงานจนได้..<br />ในช่วงเวลาที่เขาทำงานนั้น..เขาต้องเทคแคร์คนหลายคน ฉันไม่ได้คุยกับเขาแม้สักคำ<br />แต่ฉันรู้..เขาไม่โกรธฉัน..เพราะเขายังใส่แหวนอยู่ <br />มันเป็นแหวนที่เขาตั้งใจซื้อมาใส่เพื่อบอกใครๆว่าเขามีแฟนแล้ว..<br />แต่บางครั้งมันก็ไม่เหมาะสมในการทำงาน เขาจึงต้องถอดมันออกบ้าง<br />แต่โดยส่วนมากแล้วเขาก็จะใส่มันไว้ตลอด..ในวันนั้น..ฉันขอร้องเขาว่า ถ้าเขาไม่โกรธฉัน<br />ขอให้เขาใส่แหวนทำงานให้ฉันเห็น..แล้วเขาก็ใส่มัน..<br />ฉันจำได้ว่าดีใจจนมองภาพข้างหน้าเป็นภาพเบลอๆไปหมดเลยทีเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นั่งกอดเข่าตัวเองร้องไห้ในอ่างอาบน้ำทุกๆวัน..<br />แม้ในวันเกิดของเขา เขาก็ยังคงต้องฉลองในที่ทำงาน..<br />ฉันจากญี่ปุ่นมาด้วยน้ำตาท่วมหัวใจ..แต่ก็เพราะฉันรู้ว่าเขาได้ทำดีที่สุดแล้ว<br />ฉันจึงถือว่า การไปญี่ปุ่นครั้งนั้น คือหนึ่งในบททดสอบความรักของฉันกับเขา<br />ซึ่งมันก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากเสียด้วย..</p>
<p><br />ฉันกับเขารักกันมากขึ้น พ่อสื่อคนดีได้หนีหายไปมีแฟนใหม่<br />ทิ้งเพื่อนของฉันให้โศกาอาดูร ซึ่งยังดีที่ยังคงมีชายหนุ่มมาดามหัวใจเจ้าหล่อนได้<br />(ซึ่งก็เพื่อนของเขาอีกนั่นแหละ) <br />หลังจากช่วงทดสอบหนึ่งเดือนล่วงเลยมาจนถึงหนึ่งปี<br />แฟนคนนี้ของเจ้าหล่อนได้นำพาจุดพลิกผันครั้งใหญ่เข้ามาให้ฉันกับเขา<br />คือท่านล่ามผู้ซึ่งสามารถพูดภาษาไทยได้คล่องแคล่วนั่นเอง..</p>
<p><br />มันดูตลกใช่ไหมคะ กับการพรอดรักกันโดยมีล่ามมานั่งแปล<br />แต่คุณรู้ไหม ฉันสนุกและมีความสุขกับมันมากเลยทีเดียว<br />เพราะภาษาญี่ปุ่นของฉันก็ไม่ได้ดีเด่จนถึงขนาดสื่อสารได้ทุกอย่าง<br />และภาษาอังกฤษในบางครั้งมันก็ไม่ได้อรรถรสเท่าภาษาไทย..<br />กลายเป็นว่าความรักของฉันวนเวียนอยู่กับภาษาถึงสามภาษาเลยล่ะค่ะ<br />เพราะภาษาไทยของท่านล่ามทำให้ฉันกับเขารู้จักกันมากขึ้น เขาพูดเก่งขึ้น เปิดเผยมากขึ้น<br />เรารักกันมากขึ้นพอๆกับงานของเขาที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน..<br />และหลายครั้งที่เขาก็ต้องเลิกนัดกับฉันไปทำงาน..<br />ฉันเล่าเรื่องราวของฉันจนมาถึงตอนปัจจุบันแล้วล่ะนะคะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><br />ที่ฉันมาเล่าเรื่องอะไรแบบนี้ก็เพราะว่า<br />เมื่อคืนเขามีธุระกับที่บ้านเลยเลิกนัดฉัน..<br />วันนี้ได้เจอที่เขาตอนเช้าตรู่ (เก้าโมงมันก็ไม่ตรู่เท่าไหร่หรอกค่ะ)<br />เช็คเมลก็เจอเมลที่บอกว่า สอบใช่ไหม ไม่เป็นไรเจอกันพรุ่งนี้ก็ได้นะ<br />รู้สึกละอายนิดหน่อยที่คืนก่อนหน้านั้นปล่อยให้ตัวเองรู้สึกเหงาอย่างเต็มที่<br />ทั้งๆที่เขาก็ต้องมีธุระด่วนกับครอบครัวบ้าง<br />ฉันก็มักจะเป็นอย่างนี้เสมอ น้อยใจไปเอง เหงาไปเองทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรไม่ดีสักนิด<br />เดือนหน้าฉันกับเขาจะรักกันมาสองปีแล้ว..<br />เลยวันนั้นไป ฉันจะเอาของขวัญที่ฉันตั้งอกตั้งใจทำมาเก็บเอาไว้ที่นี่</p>
<p><br />วันเวลาที่ผ่านไปทำให้ฉันกับเขาเรียนรู้กันและกันมากขึ้น<br />ฉันเริ่มจะหยุดงอแงเวลาที่เขาต้องทำงานหนักมากๆแล้วหายไปหลายวัน<br />และเขาเองก็ดูจะอ่อนหวานและอ่อนโยนมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว<br />ฉันเคยไม่แน่ใจในความรักของเรา ว่ามันจะมีทางเดินไปถึงอนาคตที่ฝันร่วมกันไหม..<br />ถึงวันนี้ ฉันมั่นใจ..เขาจะพาฉันไปถึงจุดหมายปลายทางได้แน่นอน</p>
<p><br />ฉันไม่เคยคิดว่า จะมีผู้ชายคนไหนที่ดีกับฉันมากมายถึงเพียงนี้มาก่อน<br />แม้ข้อจำกัดในการงานของเขาจะทำให้มีข้อยกเว้นในหลายๆอย่าง<br />แต่เขาก็ชดเชยให้ฉันคืนมาทั้งหมดด้วยสิ่งละอันพันละน้อยที่เขาแสดงออกมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คุณคิดว่าความบังเอิญในโลกนี้มีอยู่จริงไหม?<br />แล้วความบังเอิญมันเหมือนกับพรหมลิขิตหรือเปล่า?</p>
<p><br />ปลายปีนี้จะก้าวเข้าสู่ปีที่สี่ ที่ฉันรอคอยเขามา<br />ฉันตั้งใจ หมายมั่นปั้นมือเอาไว้..อายุ 29 เมื่อไหร่ ฉันจะยุติการรอคอยอันแสนยาวนานลง<br />หากเขายังไม่สามารถวางภาระการงานนั้นแล้วลงมาร่วมทางเดินกับฉันได้<br />ปีนี้ฉันกำลังจะอายุ 25 เหลืออีกกี่ปี คุณลองนับดูเอานะคะ..<br />ฉันบอกเขาไว้อย่างนี้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเขาพูดไว้ว่าเขาคงจะไม่ให้ฉันรอนานขนาดนั้นหรอก..</p>
<p><br />ในปีนี้ฉันบังเอิญได้ไปพบหมอดูชราคนนึง..ที่ต่างจังหวัด<br />ซึ่งไม่ได้เรียกร้องค่ายกครูมากไปกว่าเงิน 29-49 บาท<br />คุณยายทักฉันได้อย่างถูกต้องแม่นยำ <br />แม้ในความลับที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนตลอดในชีวิตที่ผ่านมาของฉัน<br />พอฉันถามถึงเรื่องความรัก..คุณยายถามถึงวันเดือนปีเกิดของเขา แล้วก็ขอดูรูป<br />หลังจากบอกไปว่าเขาเป็นคนที่ไหน ทำงานอะไร ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก<br />จากนั้นคุณยายก็หัวเราะจนตาอันฝ้าฟางหยีลง ก่อนจะทำนาย..</p>
<p><br />ฉันเป็นคนธาตุเดียวกับเขา แม้จะเกิดห่างกันเพียงหนึ่งปี<br />แต่ฉันเป็นคนที่ใช้เงินเก่งมาก ในขณะที่เขาก็เก็บเงินเก่งมาก และเป็นคนที่ขี้เหนียวซะด้วย<br />ดังนั้นฉันอยู่กับเขาจึงเป็นการสบายแท้ๆ(สำหรับฉันนะ 555)<br />พี่สาวฉันผู้ซึ่งไม่ค่อยเชื่อว่า ผู้ชายที่อยู่ในสายการงานแบบนี้จะรักฉันจริงหรือไม่ ก็ช่วยฉันถามคุณยายว่า<br />จะมีใครเข้ามาในชีวิตของฉันอีกไหม แล้วผู้ชายคนนี้ดีแล้วหรือยัง<br />คุณยายยิ้มแล้วตอบว่า ถึงจะมีเข้ามา ฉันก็คงไม่สนใจใครอีกแล้ว<br />ฉันน่ะลองรักไปแล้วเปลี่ยนใจยาก ถึงเขาจะดีหรือไม่ดีฉันก็ต้องบอกว่าดีจนได้<br />ฉันหัวเราะ..ถูกของคุณยาย แต่สิ่งที่คุณยายพูดต่อไป..ทำให้ฉันแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คุณยายบอกฉันด้วยเสียงดังขึ้นเล็กน้อย เหมือนจะให้ครอบครัวของฉันได้รับรู้ด้วยว่า<br />จะไม่จริงจังกับผู้ชายคนนี้คงไม่ได้แล้วนะ เพราะเขาเอาจริง เขาจริงจังกับฉันมาก<br />และเขาก็จริงใจมากเสียด้วย..<br />ฉันได้แต่เงียบ..แม้จะพยายามไม่เข้าข้างตัวเอง..แต่คำทำนายจากคุณยายนั้น<br />ฉันมีเหตุผลส่วนตัวที่พิสูจน์ให้คุณรู้ไม่ได้เสียด้วย..ว่ามันจะไม่สามารถผิดเพี้ยนแม้สักคำ<br />จะบอกว่าฉันรู้สึกยังไงในตอนนั้นก็คงจะอธิบายลำบาก<br />การที่ให้ครอบครัวมารับรู้ด้วยอย่างนั้นมันก็ทั้งน่าเขินแล้วก็น่าภูมิใจ<br />ยิ่งไปกว่านั้น..ตามประสาผู้หญิง ฉันถามคุณยายว่า ฉันจะได้แต่งงานตอนไหน..<br />คุณยายตอบฉันว่า ปีนี้ไม่ได้ ฉันเบญจเพส และปีหน้าไม่ได้ เขาเบญจเพส<br />ดังนั้นดวงของฉันจะไปตกอยู่ที่อายุ 29 ...<br />ฉันนิ่งไปครู่นึง บังเอิญเกินไปหรือเปล่านะ?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ฉันหลงลืมคำพูดนั้นไปบ้างตามสถานการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต<br />จนวันนี้ฉันนึกครึ้มอะไรไม่รู้..ถามเขาถึงระยะเวลาตามกฏหมายที่เขายังต้องผูกพันกับอาชีพนี้<br />ใจฉันนึก..เขาคงไม่ตอบ หากเขาก็ตอบมา..คุณทายสิคะ..ว่าอีกนานแค่ไหน<br />เขาตอบว่า เหลืออีกสี่ปี..ฉันซึ่งยังไม่ได้คิดอะไรในตอนนั้นก็ถามเขา<br />ว่าจากนั้นแล้วเขาจะทำงานนี้ต่ออีกไหม เขาตอบฉันมาหน้าตาเฉยว่า<br />..ก็แต่งงานกับฉันไง..<br />ฉันฉุกคิดถึงสิ่งต่างๆที่ฉันพูดไปแล้วข้างต้น..มันเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆหรือนี่?..</p>
<p><br />ฉันก็ไม่รู้ว่ามันเป็นความบังเอิญหรือพรหมลิขิต<br />ฉันก็ไม่รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นจริงไหมในอีกสี่ปีข้างหน้า..<br />ฉันรู้แค่ว่าฉันและเขาจะต้องพยายามขยับเข้าไปใกล้ความฝันของเราให้ได้มากที่สุด<br />เพื่อที่วันหนึ่งวันนั้น ความฝันมันจะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป..เท่านั้นเอง</p>
<p><br />คุณอย่าลืมเอาใจช่วยฉันด้วยนะคะ..</p>]]></description>
<pubDate>Wed, 19 Mar 2008 10:22:17 +0700</pubDate>
<guid isPermaLink="true">/011-the-story-of-us</guid>
</item>
<item>
<title><![CDATA[010 : บ่น]]></title>
<link>http://shongko.storythai.com/200801/010-1</link>
<description><![CDATA[<BR><BR><B><BR><BR>ด้วยความหรรษาที่คันจานิแลนด์ได้กลับมาอีกครั้ง<BR>ชงโคจึงอยากกลับมาปัดฝุ่นเรือนวังบาดาลของชงโคบ้าง<BR><BR><BR>ณ ยามนี้ NEWS ก็ได้ลิขสิทธิ์ในไทยแล้วเรียบร้อย<BR>ชงโคนั่งๆนอนๆโอดโอยเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่จนวันที่ 23<BR>ก็ออกไปที่ห้างสุดหรูใกล้วังบาดาล เดอะมอลล์บางแค<BR>สาเหตุเพราะต้องออกไปเอาของให้พี่สาวอยู่แล้ว<BR>พอไปถึงก็แวะร้านซีดีมันทุกร้าน เป็นการอธิบายที่ลำบากมาก<BR><BR>" มีอัลบั้ม Pacific กับ ซิงเกิ้ล weeeek ของวง NEWS มั้ยคะ?<BR>วงญี่ปุ่นสังกัดแกรมมี่น่ะค่ะ"<BR><BR><BR>พูดจนท่องได้ ถามหาหมดทุกร้าน ไม่มีสักร้าน เจอแต่บ่าววี ขอนไม้กับเรือ<BR>(ฟังกู๋ร้องคาราโอเกะจนจะร้องได้อยู่แล้ว)<BR>จะหยิบมาแทนกันก็คงไม่เข้าที เลยกลับบ้านมาด้วยอารมณ์ค้างคาใจ<BR>พอกลับมาถึงบ้าน นั่งคิดนอนคิดอยู่จนทุ่มกว่าๆก็เลยลองโทรไปที่ B2S เซ็นทรัลปิ่นเกล้า<BR><BR><BR>" มีอัลบั้ม Pacific กับ ซิงเกิ้ล weeeek ของวง NEWS มั้ยคะ?<BR>วงญี่ปุ่นสังกัดแกรมมี่น่ะค่ะ"<BR><BR><BR>โทรไปรอบแรกพนักงานให้รอสักครู่ คิดว่าสักครู่ของพนักงานกับเราคงไม่เท่ากัน<BR>ของพนักงานเขาคงเป็นครู่ที่สามารถไปกลับกรุงเทพ-เชียงใหม่ได้<BR>เราก็เลยวางไปแล้วโทรไปอีกครั้ง ก่อนจะท่องสคริปต์เดิม<BR><BR><BR>" มีอัลบั้ม Pacific กับ ซิงเกิ้ล weeeek ของวง NEWS มั้ยคะ?<BR>วงญี่ปุ่นสังกัดแกรมมี่น่ะค่ะ"<BR><BR><BR>คราวนี้รอครู่เดียวสมใจ พนักงานบอกว่า มีอย่างละ 29 แผ่น<BR>ชงโคก็คว้ากุญแจรถกระโดดเกาะพวงมาลัยขับไปเซ็นทรัลทันที<BR>พอไปถึงบีทูเอส อะหื้อ..การได้เห็นหน้านิชิคิโดคุงอยู่บนแผงซีดีมันชวนชื่นใจ <A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/emo/?action=view&curren;t=37064.gif" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/emo/37064.gif" border=0></A><BR>(คนละอารมณ์กับตอนไปเจอซิงเกิ้ล Secret Agent Man <BR>ที่ Tower Record Shibuya จริงๆนะ)<BR>คว้าหมับอย่างละสองแผ่นเหมือนคนโรคจิต แล้วก็วางไปแผ่นนึงแล้วก็หยิบมาอีกแผ่นนึง<BR>หยิบๆวางๆจนรู้สึกว่ากูบ้าหรือเปล่า เลยเดินถอยห่าง <BR>(อย่าผวน..เพราะเดินถ่างอย่างนั้นไม่เป็นหญิงไทยใจงาม)<A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/emo/?action=view&curren;t=37060.gif" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/emo/37060.gif" border=0></A><BR>ออกมาจนถึงชั้นที่วางซีดีศิลปินญี่ปุ่น ก็เจอ NEWS แต่สายตาไปสะดุดอยู่ที่ Destiny Line By Leah Dizon<BR><BR><A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/emo/?action=view&curren;t=38921.gif" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/emo/38921.gif" border=0></A><BR><BR>โชคดีนักแลที่ลีอาจังและนิวส์ถูกคั่นกลางโดย WAT (รักเทปเปและเอจิจัง) <BR>ไม่งั้นอกแม่ชงโคก็คงโผบินเข้าถิ่นเข้กันคราวนั้น<BR><BR>นึกในใจอยู่ว่าจะซื้ออย่างละสองแผ่นดีหรือไม่ เพราะยังไงก็เป็นงานแรกในไทยเชียวนา..<BR>ปรากฏว่าหันไปเจออัลบั้มล่าสุดของ Darren Hayes <BR>(ทำไมนามสกุลเขาไม่อ่านว่า ฮาเยส นาย ดาร์เรน ฮาเยส??)<BR>ก็เลยหยิบกลับมาด้วย ก่อนจะเดินไปเจอหนังสือชื่อ สามี(ผู้)แสนวิเศษ โดย คุณแพนนิตา<BR>ชงโคเปิดอ่านได้ราวๆสองหน้าก็คว้าไปจ่ายเงินเลย<BR>เป็นหนังสือที่อ่านแล้วชุ่มชื่นหัวใจมาก คาดว่าจะเอาไปอ่านตอนงอนคุณท่านขา<BR>เวลาคุณท่านขาไปว่าราชการหลายๆวันไม่กลับเรือน <BR><BR><BR><BR>ไหนจะบ่นทั้งทีขออนุญาตบ่นถึงนิชิคิโดคุงซักน่อย<BR>เดี๋ยวท่านเข้ขาเธอติด sexy ซะเหลือเกิน ชงโคเห็นทีไรมือไม้อ่อน<BR>เรียกหายาดมวันละสามสี่รอบ ไม่อยากให้ท่านเข้ขาโชว์หวิวไปมากกว่านี้แล้ว<BR>เดี๋ยวลมปราณชงโคจะแตกซ่านเอาง่ายๆ<BR>ลองดูตัวอย่างได้จากตรงนี้..<BR><BR><A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/?action=view&curren;t=ryobo.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/ryobo.jpg" border=0></A><BR><BR>ทันทีที่เห็น ชงโคถึงกับ<BR><BR><A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/emo/?action=view&curren;t=1494110272_resize_resize.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/emo/1494110272_resize_resize.jpg" border=0></A><BR><BR>แล้วก็เข้าโรงพยาบาลไปในวันนั้นเลย<BR>นี่คือเหตุการณ์ย้อนหลังที่คัดลอกมาจาก bloggang<BR><BR>ในยามเช้า(สาย)ราวๆ 9 โมงกว่า <BR>ขณะที่เมียบ่าวกำลังนอนขึ้นอืดอย่างสบายอารมณ์<BR>ก็ได้ยินเสียงที่อ่อนหวานดังนกลาร์คแว่ว (ราวๆ 80 เดซิเบล) <BR>มาจากนอกห้อง ว่ามีพัสดุมาส่งถึงคุณนาย(คืออิชั้นนั่นเอง) <BR>อิชั้นก็เลยเปิดประตูห้องไปเอาพัสดุมาวางบนเตียง<BR>พลันเหลือบไปเห็นใบเสร็จรับเงินจากศุลกากร <BR>อืม..ทำไมคราวนี้สั่งของแล้วเจอภาษีหว่า..<BR>แต่ก็เอาไว้ค่อยงงต่อละกัน ง่วง<BR>แล้วก็นิทราต่ออย่างสุขใจ ด้วยข้ออ้างว่า <BR>คนเพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องพักผ่อนมากๆ<BR><BR>หลังจากที่พักผ่อนจนสมใจแล้ว อิชั้นนก็โงหัวขึ้นมาจากเตียงราวๆ 11 โมง<BR>มานั่งพิจารณาพัสดุที่ส่งตรงมาจาก Chiba Japan อืม..amazon.co.jp<BR>มันจะเอา invoice มาประกาศหน้ากล่องทำไมว่าของในกล่องนี้ลูกค้ากูสั่งซื้อมา<BR>แปะได้โดดเด่นเป็นสง่ามากดังภาพ <BR>ประหนึ่งกลัวว่าลูกค้าจะเป็นพลเมืองไทยนิสัยไม่ดี ซื้อของไม่เสียภาษี<BR><BR><BR><A href="http://smg.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/?action=view&curren;t=blog080111-5.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/blog080111-5.jpg" border=0></A><BR><BR><BR>เหตุนี้เมียบ่าวจึงต้องเสียภาษีแก่กรมศุล<BR>เพิ่มจากค่าหนังสือรวมค่าส่งมหาโหดอีก 107 บาทถ้วน<BR><BR><A href="http://smg.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/?action=view&curren;t=blog080111-3.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/blog080111-3.jpg" border=0></A><BR><BR><A href="http://smg.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/?action=view&curren;t=blog080111-4.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/blog080111-4.jpg" border=0></A><BR><BR><BR>พอค่อยๆแกะกล่องออกมา ก็พบหนังสือที่เมียบ่าวสั่งไว้เมื่อวานซืน<BR>อุเหม่ส่งไวทันใจจริงๆ amazon นี่ ไม่ผิดหวังเลย<BR>แต่คิดไปคิดมา..ก็ดูมันคิดค่าส่ง<BR><BR><A href="http://smg.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/?action=view&curren;t=blog080111-1.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/blog080111-1.jpg" border=0></A><BR><BR><A href="http://smg.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/?action=view&curren;t=blog080111-2.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/blog080111-2.jpg" border=0></A><BR><BR>หนังสือเล่มละ 619 เยน ประมาณ 185 บาท <BR>คิดค่าส่งถูกๆ แค่ 2500 เยน 750 บาทเอ๊งงงง<BR>แพงกว่าค่าหนังสือตั้งสามเท่า TAT แต่เมียบ่าวต้องสู้<BR>เพราะเป็นหนังสือที่คุณท่านขาได้โชว์หวิวไว้ <BR>ดังที่โวยวายไปในบล็อกหน้าที่แล้ว<BR>แต่เมียบ่าวก็ไม่ได้แกะเอาหนังสือออกมาดูนะ..ยังแสลงใจอยู่<BR><BR><BR><BR>เก็บตก<BR><BR><BR><BR><B>เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล</B><BR><BR>ตอนเย็นเมียบ่าวโอดโอยจวนเจียนขาดใจไปพบเจ้าคุณหมอ<BR>เจ้าคุณหมอก็ได้สั่งพี่อู๋ ธรรพณ์ธร มาฉีดยาที่บั้นท้ายเมียบ่าวซะหนึ่งเข็ม<BR>หลังจากอาการทุเลาลงแต่ยังไม่หายขาด เมียบ่าวก็หิวโซ<BR>นอนกินหมูแดดเดียวที่ญาติเอามาเยี่ยมไข้อย่างเอร็ดอร่อย<BR>โดยไม่ทันตั้งตัว เจ้าคุณหมอก็เปิดประตูห้อง<BR>เข้ามาพบเมียบ่าวในสภาพน่าเอน็จอนาถ<BR>มีถาดหมูแดดเดียววางบนพุง <BR>มือซ้ายที่มีสายน้ำเกลือห้อยระโยงระยางจับขวดน้ำโพลาริส<BR>มือขวามีชิ้นหมูแดดเดียวครึ่งชิ้นที่อีกครึ่งชิ้นอยู่ในปาก<BR>ในปากผู้(เคย)ป่วยหนักมียของกลางคาอยู่คือหมูแดดเดียวติดมัน..<BR>ทำเอาเจ้าคุณหมอเซอร์ไพรส์มาก..(แต่อิชั้นอายยยยยยย)<BR><BR><BR><BR>รูปตอนที่เมียบ่าวเข้าไปเปลี่ยนบรรยากาศที่โรงพยาบาล<BR><BR><BR><A href="http://smg.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/?action=view&curren;t=blog080111-9.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/blog080111-9.jpg" border=0></A><BR><BR>อย่าแปลกใจไป..นี่คือการมาเยี่ยมไข้ของครอบครัวเมียบ่าวเอง<BR>สตรีที่อยู่บนเตียงนั้นคือเมียบ่าวกำลังจิ้มมือถือส่งเมลหาคุณท่านขา<BR>ขณะนั้นเป็นเวลาดึกหลังจากเจ้าคุณหมอได้เข้ามาเจอเซอร์ไพรส์ไปแล้ว<BR>สังเกตุได้ว่าการป่วยของเมียบ่าวนั้นประหนึ่งการเฉลิมฉลองและการรวมญาติ<BR>ทุกท่านนั้นจับกลุ่มซุบซิบคุยกันอย่างเพลิดเพลิน <BR>ส่วนตัวเมียบ่าวนั้นหรือก็นอนเก็บข้อมูลหูผึ่ง 5555<BR><BR><BR>อันนี้เป็นอาหารว่าง..รู้สึกแปลกกำบคำว่าผูป่วยที่ "ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอาหาร"<BR>เข้าใจความหมายแต่มันมีความหมายแฝงหรือเปล่า(วะ)<BR><BR><A href="http://smg.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/?action=view&curren;t=blog080111-6.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/blog080111-6.jpg" border=0></A><BR><BR><BR>อันนี้หลังจากถอดสายน้ำเกลือแล้ว พยาบาลได้ทำให้เมียบ่าวรู้สึกเหมือนว่า<BR>ตัวเองสามารถปล่อยใยแมงมุมคล้ายสไปเดอร์แมนได้ด้วย<BR>จากไอ้แท่งๆที่ติดอยู่บนมือนี้<BR><BR><A href="http://smg.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/?action=view&curren;t=blog080111-7.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/blog080111-7.jpg" border=0></A><BR><BR><BR>สุดท้าย อยากเอามาแปะไว้เฉยๆ<BR>ซันจิ แมวน้อย(เหรอ)น่ารักประจำบ้าน<BR>กำลังพยายามจะเช็คเอาท์ออกไปตระเวณราตรี<BR>หลังจากเข้ามาเช็คอินกินอาหารในโรงแรม(บ้าน)แล้ว<BR><BR><BR><A href="http://smg.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/?action=view&curren;t=blog080111-8.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/blog080111-8.jpg" border=0></A><BR><BR>และอีกอัน ไปเจอมาที่บิ๊กซีชลบุรี ตอนไปเที่ยวปีใหม่<BR>ขนมยี่ห้อ ปูไทย...<BR><BR><BR>ปูไทย..<BR><BR><A href="http://smg.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/?action=view&curren;t=ar-269200.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/gallery/ar-269200.jpg" border=0></A><BR><BR>สำหรับท่านที่มองไม่เห็น เมียบ่าวขอขยายความดังนี้<BR><BR><BR>"ไม่มีส่วนผสมของเนื้อปู"<BR><BR><BR><BR>ปู ปู ปู ปูไทย ตัวไม่ใหญ่ไม่โต...<BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/emo/?action=view&curren;t=39915.gif" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/emo/39915.gif" border=0></A><BR><BR>ด้วยรักและบึกบึน<BR>จากใจเมียบ่าวแดดเดียว<BR><BR><BR><BR></B><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR>]]></description>
<pubDate>Sun, 27 Jan 2008 16:40:26 +0700</pubDate>
<guid isPermaLink="true">/010-1</guid>
</item>
<item>
<title><![CDATA[009 : โรงเบียร์ฮอลแลนด์ แดนหรรษา]]></title>
<link>http://shongko.storythai.com/200801/009-1</link>
<description><![CDATA[<B><BR>หมายเหตุ : ไดอารี่ส่วนนี้ มาจาก blonggang.com <BR><BR><BR><BR>เมียบ่าวมาเปิดสภาตะบันหมากยามเย็นเจ้าค่ะ<BR><BR>เมื่อวานนี้หนอ ระหว่างที่ขับรถกลับบ้าน <BR>เมียบ่าวเกิดกระหายเบียร์สดเย็นๆขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ<BR>และมันต้องเป็น ไวเซ่นเบียร์ของโรงเบียร์เท่านั้น<BR>ก็เลยชวนเจ้าคุณพี่ น้องเล็ก และประดาญาติสนิทไปโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง<BR><BR><BR>แต่ขบวนแห่ของเมียบ่าวดันไปถึงหน้าโรงเบียร์ตอนสามทุ่ม<BR>คุณพนักงานเฝ้าประตูโรงเบียร์ก็เลยไม่ให้เข้า<BR>เพราะว่าเมียบ่าวหน้าเด็กเกินไป ดูแล้วอายุไม่ถึง..<BR>(จริงๆแล้วอายุเกิน ห้ามเที่ยวละมั้ง by : คุณท่านขา)<BR>จริงๆเป็นเพราะน้องสาวของเมียบ่าวอายุยังไม่ถึง 20 ดี ยังเป็นสตรีวัยกำดัด<BR>ทั้งๆที่เจ้าคุณพี่ของอิชั้นเนี่ยก็ 30 เข้าไปแล้ว แถมด้วยอิชั้นอีกคนรวมกันครึ่งร้อยเข้าไปแล้ว<BR>นามสกุลก็นามสกุลเดียวกันหมด<BR>มันไม่ได้ต่างจากการพาครอบครัวมานั่งสังสรรค์เลย<BR>แต่ทำไมไม่ให้เข้าล่ะ ทำไมมมมมมมมมม<BR>ก็เลยนั่งคิดกันว่าจะไปไหนกันดี ไหนๆก็ออกมาแล้ว<BR><BR><BR><BR>ในระหว่างประชุม เมียบ่าวเห็นพ่อ แม่ ลูกต่างชาติ น่าจะคนสิงคโปร์ไม่ก็จีน<BR>กำลังจะเข้าไปในโรงเบียร์แต่เข้าไม่ได้เช่นกัน<BR>เด็กน้อยคนนั้นอายุอานามน่าจะสัก 11-12 <BR>ใส่เสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ขายาว ซึ่งก็ดูน่ารักดี<BR>แต่ไม่รู้ว่าพอครอบครัวนั้นคล้อยหลังไป พนักงานสาวคนไหนพูดออกมาไม่รู้<BR>"คนแม่นี่แต่งตัวให้ลูกไม่เป็นเลยนะ" <BR><BR>อุปัดติเห้ย..(อุทานในใจ แต่อย่าถามนะว่าหมายความว่าอะไร แปลไม่ออกเหมือนกัน)<BR>มีการวิจารณ์ลูกค้าด้วยเหวย..แบบนี้ครอบครัวเมียบ่าวมิโดนจิกแหลกละหรือยามจากไป<BR><BR><BR><BR>ไม่ว่าใครจะเสนอไอเดียอะไรมาก็ไม่เข้าหูเมียบ่าว จะไปผับไหน บาร์ไหน<BR>เพราะว่าเมียบ่าวอยากเบียร์เย็นๆอ้ะ...ไม่ได้อยากเที่ยว<BR>สรุปได้ว่าเราจะกลับไปแถวพระรามสอง<BR>ไปโรงเบียร์ฮอลแลนด์แทน ซึ่งสารถีนี้คืออิชั้นนี่เอง<BR>อิชั้นก็ขี่เกวียนไฟร์โบลต์ 2008 ที่ขอยืม แฮร์รี่ พอตเตอร์มา<BR>ไปยังที่หมายทันที ทีแรกอิชั้นก็ย่ามใจว่าคงจะไม่ค่อยมีคนด้วยความที่เป็นวันจันทร์<BR>แต่ที่ไหนได้ นอกจากโรงเบียร์ฮอลแลนด์นี้จะใหญ่ปานห้างโลตัสแล้ว<BR>ที่จอดรถยังหนาแน่นชนิดที่ว่าอิชั้นต้องไปหาที่จอดซะไกลสุดกู่<BR>สอบถามพนักงานได้ความว่า วันนี้มีคอนเสิร์ตพี่หนุ่ย อำพล ลำพูน<BR>ทีแรกนี้เมียบ่าวก็เฉยๆ ก็ดีที่บังเอิญ ถือว่าโชคดีไป<BR><BR><BR><A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/?action=view&curren;t=blog080115-5.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/blog080115-5.jpg" border=0></A><BR><BR>พอนั่งไปได้สักพัก คอนเสิร์ตเริ่ม พี่หนุ่ยโผล่ออกมาในเสื้อวอร์มขาว กางเกงดำ<BR>โอ้ว...อิชั้นแทบจะสลัดโจงกระเบนปีนระเบียงกระโดดลงไปบนเวที<BR>หล่อมากกกกก เท่ห์มากกกกก ทั้งที่พี่หนุ่ยนี้อายุเยอะแล้วแต่ยังเท่ห์สุดปลายม้าม<BR>ดังภาพข่าวรายงาน<BR><BR><A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/?action=view&curren;t=blog080115-1.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/blog080115-1.jpg" border=0></A><BR><BR><A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/?action=view&curren;t=blog080115-2.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/blog080115-2.jpg" border=0></A><BR><BR><A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/?action=view&curren;t=blog080115-3.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/blog080115-3.jpg" border=0></A><BR><BR><BR><A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/?action=view&curren;t=blog080115-4.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/blog080115-4.jpg" border=0></A><BR><BR>ทำเอาเมียบ่าวระลึกชาติว่าครั้งนึงสมัยอายุ 11 เคยไปดูคอนเสิร์ตพี่หนุ่ย<BR>เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกที่ไปดูเองเลย <BR>อืม..จริงๆแล้วก็ผ่านมาไม่นานเท่าไหร่นะ แค่ 7-8 ปีเอง (เหรอ)<BR>เพลงที่เคยชอบ ยังไงก็ยังคงชอบอยู่ไม่เปลี่ยน ไม่ว่าจะแผลในใจ<BR>ตอนอินโทรเพลงขึ้น เมียบ่าวอ่อนระทวยมาก<BR>ตามด้วยเพลงใจโทรมๆ อะฮิ้งงงง ละลายไปเลยยยย<BR>ในขณะที่พี่หนุ่ยกำลังร้องเพลง มีอีตาลุงที่ไหนไม่รู้ <BR>เดินเมาขึ้นมาบนเวที(เมาขนาดนั้นยังมีแรงขึ้นมานี่เก่งแฮะ) จะเข้าไปหาพี่หนุ่ย<BR>บรรดาการ์ดได้เข้ามาชาร์จและอีตาลุงเมาก็หายเข้าหลังเวทีไปในพริบตา<BR>(รอฟังเสียงการประชาทัณฑ์ แต่ไม่ได้ยินแฮะ)<BR><BR><BR>พี่หนุ่ยก็ยังคงร้องเพลงต่อไป เมียบ่าวก็แหกปากร้องตาม<BR>แล้วก็ยังนึกๆว่า จะร้องมั้ยนะ เพลงที่เมียบ่าวชอบ MV <BR>และท่าเต้นจนเอาไปล้อเลียนสมัยมัธยม<BR>พอ "เสียมั้ย" ขึ้นมาปุ๊บ &nbsp;<A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/?action=view&curren;t=8.gif" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/8.gif" border=0></A><BR>เมียบ่าวกรี๊ดจนกายทิพย์ออกจากร่างไปสามวินาที<BR>ผู้ชายอะไรอายุ 44-45 แล้วยังได้ขนาดนี้ <BR>คุณท่านขายามเฒ่าชะแรแก่ชราต้องเท่ห์ได้เยี่ยงนี้แน่ๆ(หลงแฟนตัวเอง)<BR>พอคอนเสิร์ตจบ เมียบ่าวสงสัยว่าทำไม..พี่หนุ่ยไม่ร้องเพลง ไว้ใจ อะ..แปลกจัง<BR><BR><BR>หลังจากพี่หนุ่ยเดินเข้าหลังเวทีไป <BR>ดีเจในโรงเบียร์ก็เปิด SLOW MOTION ของโจอี้บอย<BR>ให้เมียบ่าวกรี๊ดน้ำหมากกระเด็นอีกรอบ<BR>มันช่างเป็นเพลงประจำชาติของครอบครัวอิชั้นเสียจริงๆ<BR>ไปคาราโอเกะทุกทีก็ร้องเพลงนี้ มาถึงนี่ก็ยังเจอเพลงนี้<BR>สักพัก นักร้องก็ออกมาร้องเพลงบนเวที จำไม่ได้ว่าร้องเพลงอะไรเพลงแรก<BR>ตามด้วยเพลง แมลง ของทาทาวัยใส อิชั้นก็ยังเคาะโต๊ะพอหนุกหนาน<BR>อยู่ดีๆนักร้องอีกคนก็ร้อง YMCA เท่านั้นละเจ้าค่า ผ้าถ่งผ้าแถบกระจาย<BR>เมียบ่าวดิ้นเหมือนเจอข้าวสารเสก <BR>ต่อด้วย Let's get loud &nbsp;จากดิ้นเริ่มเป็นชัก <A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/?action=view&curren;t=52.gif" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/52.gif" border=0></A><BR>มิหนำใจยังต่อด้วยเพลงสุรชัยสามช่า &nbsp;และแล้ว <BR>โต๊ะของอิชั้นก็ได้กลายสภาพเป็นโชว์พิสดารไปจนได้<BR><BR><BR>หลังจากเริ่มรู้ตัวว่าสังขารร่วงโรย สะโพกเริ่มคราก เราก็เห็นพ้องกันว่า กลับบ้านเฮาเตอะ<BR>แต่ก่อนกลับขอเข้าห้องน้ำกันก่อน <BR>พอเข้าห้องน้ำเสร็จ นักร้องร้องเพลง มนุษย์ค้างคาว ของพี่โต้ ชิริก<BR>ครอบครัวเมียบ่าว ประกอบด้วย น้องสาว ลูกพี่ลูกน้องอีกสองคน<BR>ก็เหาะจากห้องน้ำไปดิ้นกันต่อตรงระเบียงเดิม <BR>ก่อนจะกลับบ้านด้วยความอ่อนแรงตอนตีสองและหลับไปตอนตีสี่<BR>เนื่องจากต้องรายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชานามคุณท่านขา <A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/?action=view&curren;t=83.gif" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/83.gif" border=0></A><BR><BR><BR><BR>เรื่องเล่าจากโรงเบียร์ของเมียบ่าวก็มีเท่านี้แล<BR><BR><BR><BR><BR>ปล.เนื่องจากมีคำเรียกร้องอยากเห็นว่าที่สามีเมียบ่าวโชว์หวิว<BR>จึงได้จัดให้ดังนี้ มากกว่านี้ไม่ไหว <BR>เดี๋ยวคุณท่านขาจะเอาเชี่ยนหมากฟาดกบาลเมียบ่าวแยกได้ด้วยความเขิน<BR><BR><BR><A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/?action=view&curren;t=viewview.jpg" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/viewview.jpg" border=0></A><BR><BR><BR><B>อะหวั่นจายชำรุดดดด มนุษย์ค้างคาววววววว </B><A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/?action=view&curren;t=9.gif" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/9.gif" border=0></A><BR><BR><BR>ด้วยรักและเงะงึ<BR>จากใจเมียบ่าวร่าเริง <A href="http://s217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/?action=view&curren;t=690.gif" target=_blank><IMG alt=Photobucket src="http://i217.photobucket.com/albums/cc122/eitokisses/blog/690.gif" border=0></A><BR><BR><BR><BR></B><BR><BR><BR>]]></description>
<pubDate>Sun, 27 Jan 2008 16:03:42 +0700</pubDate>
<guid isPermaLink="true">/009-1</guid>
</item>
<item>
<title><![CDATA[008 : Real Happy Birthday]]></title>
<link>http://shongko.storythai.com/200705/008-real-happy-birthday</link>
<description><![CDATA[<P><BR><BR><STRONG>วันนี้วันเกิดเรา ทีแรกนึกว่าจะต้องฉลองวันเกิดด้วยน้ำตาซะแล้วสิเรา<BR>เรื่องของเรื่องคือ เพื่อนฉลองวันเกิดให้ ก็ไป <BR>โดยที่ตั้งใจว่าจะเมลไปบอกคุณเค้าตอนถึงงานแล้ว<BR>เพราะว่าเมื่อวานซืน คุณเค้ามีงานที่นอกเมืองไม่รู้ว่าจะหาคอมเช็คเมลได้หรือเปล่า<BR>แถมมันเป็นวันแรกๆของงานใหญ่ก็เลยกลัวว่าจะไม่มีเวลา<BR>อีกอย่างคุณเค้าว่าจะมาเจอกันวันที่ 8 ก็เลยเมลไปบอกดอยคนเดียว</STRONG></P><br />
<P><STRONG>"ดอย จะไปงานวันเกิดนะ แอบเจอรักแรกด้วย 55 <BR>แต่ไม่มีอะไรหรอก ยังไงดอยมาก็เมลบอกนะจะออนผ่านมือถือ"</STRONG></P><br />
<P><STRONG>และแล้วคุณเค้าก็โผล่มาตอนสามทุ่ม เจอแต่ดอยและคุมะเมออนอยู่</STRONG></P><br />
<P><STRONG>คุณ : แฟนไปไหนอะ<BR>คุมะเม : ไปงานวันเกิด<BR>คุณ : ทำไมไม่เห็นบอกเลย<BR>ดอย : สงสัยจะต้องไปจี๋จ๋ากับรักแรกแน่ๆ (สร้างความร้าวฉานแท้ๆมัน)</STRONG></P><br />
<P><STRONG>และแล้วคุมะเมก็โทรมาบอกเรา เราก็ตาเหลือกออนทางมือถือ<BR>พอจับใจความได้ว่าเค้าเคืองแล้วก็งอน <BR>ยังไม่ทันพูดอะไรเค้าก็ว่า ง่วงแล้วไปก่อนนะ<BR>ออฟไลน์ไปเลย เราก็โกรธอะสิ แล้วดอยก็หวังดีด้วยการโทรไปหาคุณเค้าว่า <BR>นี่แฟนลื้ออะ จะเลิกกะลื้อละนะ<BR>ทันใดนั้โย้ก็มาออนเลย มาถึง ด้วยความรักเพื่อน โย้ก็</STRONG></P><br />
<P><STRONG>โย้ : ทำไม?<BR>เรา : หา<BR>โย้ : ทำไม?<BR>โย้ : ทำไม?<BR>โย้ : ทำไม?<BR>โย้ : ทำไม? ทำไมทำแบบนี้<BR>โย้ : ทำไม?<BR>โย้ : ทำไม?<BR>เรา : เห้ย นี่ใคร คุณหรือว่าโย้เนี่ย<BR>โย้ : โย้ ทำไม ทำไม? ทำไม?<BR>เรา : เอออออ รู้แล้วใจเย็นๆ<BR>โย้ : อธิบายมา<BR>เรา : คือยังคุยไม่รู้เรื่องก็ออฟไลน์ไปอีกแล้ว เรารู้สึกว่าบางครั้งมันเปราะบางนะโย้<BR>โย้ : เธอทำให้เราท้อใจมากนะ เธอรู้มั้ยวันนี้งานหนักมาก <BR>มันบ่นคิดถึงเธอทั้งวันจนรำคาญ<BR>ตอนทำงานก็บ่น ตอนพักก็บ่น นี่จริงๆงานยังไม่เสร็จมันก็โดดมาหาเธอ<BR>เพราะคิดว่าเธอต้องดีใจแน่ๆที่เจอมัน <BR>เราเนี่ยต้องแก้ตัวกับผู้จัดการให้มันด้วยว่ามันโดดงานไปไหน<BR>แล้วทำไมเป็นงี้อะ จะเลิกกะมันทำไมอะ&nbsp; <BR>มันเป็นการเริ่มต้นงานใหญ่ที่ไม่ดีเอาซะเลยอะ</STRONG></P><br />
<P><STRONG>และแล้วเนทก็หลุดแล้วต่อไม่ได้อีกเลย</STRONG></P><br />
<P><STRONG>เราก็เจื่อนทั้งวัน ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป <BR>แล้วคุมะเมก็บอกว่าดอยโทรมา จับใจความได้ว่า</STRONG></P><br />
<P><STRONG>คุณเค้างอแงไม่ยอมทำงาน เครียดแล้วก็ป่วยนิดหน่อย <BR>เพราะเครียดเรื่องเรานี่แหละ</STRONG></P><br />
<P><STRONG>เรา : เห้ย มันจะงอแงได้ไงวะ มีคนให้มันรับผิดชอบเป็นพันๆคน ทำไมทำงั้นอะ<BR>คุมะเม : ไม่รู้อะ ก็แฟนหล่อนมันนิสัยเป็นเด็กๆแบบนี้อยู่แล้วอะ<BR>เรา : ฮ่วย</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>แล้วตกเย็น คุณเค้าก็มา มาไม่มาเปล่าพาเพื่อนที่พูดไทยพอได้มาด้วย<BR>จริงๆแล้วก็เป็นรุ่นน้องที่ทำงานนั่นแหละ เกรงใจเค้าจะแย่<BR>นี่คือบทสนทนาภาษาไทยที่คุยกัน เค้าสุภาพเนอะ 5555(เข้าใจว่าภาษาไม่แข็งแรงนัก)</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>คุณ : ทำไมดอยบอกว่าอยากจะเลิกล่ะ<BR>เรา :&nbsp; #%))&amp;(^(*)$^ อธิบายไป<BR>คุณ :&nbsp; ขอโทษที่ผมทำให้เธอรู้สึกแย่ <BR>เรา : ไม่เป็นไร<BR>คุณ : แล้วถ้าเป็นแบบนั้นอีกจะทำไงครับ<BR>เรา : แล้วคุณจะหนีเราไปไหนมั้ยล่ะ<BR>คุณ : งานเยอะ หนีไม่ได้ครับ</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>แค่คำนี้แหละ ที่ทำให้เรารู้สึกว่า เรารักผู้ชายคนนี้จังเลย</STRONG></P><br />
<P><STRONG>เรา : หนีก็จะตาม<BR>โย้ : เมื่อวานไม่พูดแบบนี้ครับ ดูไม่เอาอะไรเลยครับ <BR>เรา : อยากเอาโย้ไปยิงทิ้งว่ะ<BR>โย้ : ผู้หยิงหยาบคาย</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>ดูมั๊นดูมัน ดีนะที่โย้มันพูดไทยไม่ได้ นี่ขนาดมีล่ามยังขนาดนี้ <BR>ลองพูดได้เราได้เลือดสาดแหงๆ</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>โย้ : แล้วถ้าพวกเราทำงานหนัก หายไปนาน นาน จะเป็นบ้าอีกหรือเปล่าครับ<BR>เรา : ไอ้โย้...<BR>โย้ : ตอบครับ<BR>เรา : โย้ง่วงก็ไปนอนไป <BR>โย้ : ตอบครับ<BR>เรา : เออน่า ไม่เป็นหรอก ถ้าเธอสองคนยังเหมือนเดิมก็ไม่เป็นหรอก<BR>โย้ : ขึ้นอยู่กับคุรครับว่ารอเราได้นานเท่าไหร่<BR>เรา : เออ รอได้แล้วกัน ทำงานไปเถอะ<BR>โย้ : ครับ คนอ้วน<BR>เรา : โย้นั่นแหละอ้วน อืด ปลิ้นแถมนมก็ใหญ่ <BR>โย้ : อย่าอิจฉาครับ<BR>เรา : ของเราใหญ่กว่าทำไมต้องอิจฉา<BR>โย้ : อะไรใหญ่<BR>เรา : ขาเว้ย ไอ้นี่ลามก</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>เรา : คุณ พรุ่งนี้ทำงาน พกแหวนติดตัวด้วยได้มั้ย<BR>คุณ : กลัวหายน่ะ<BR>เรา : มันก็จริงเนอะ เพราะใส่ที่นิ้วไม่ได้ อืม ช่างมันเถอะ<BR>โย้ : ทำเป็นงอน<BR>เรา : ไอ้โย้..</STRONG></P><br />
<P><STRONG>นี่ไง นี่ไง หนุ่มหล่อของผองเพื่อนและสาวๆทั่วหล้า!! ปากมันเป็นยังงี้</STRONG></P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P><STRONG>ก็สรุปได้ว่า ไม่ได้เลิกอะไรกัน จะว่าไปก็ขอบคุณโย้เหมือนกันที่คอยช่วยเหลือ<BR>ส่วนไอ้ดอยนี้ชิ่งไปทำงานซะงั้น สองรอบแล้วมันอะที่ทำแบบนี้ <BR>กวนซะจริง</STRONG></P><br />
<P><STRONG>มันก็คือวันเกิดที่มีความสุขที่สุดเลยล่ะ <BR>ก็แค่หวังอยากให้วันเกิดในปีต่อๆไปจะยังมีคุณเค้าอยู่ด้วยเสมอ</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>ขอบคุณคุมะเม โย้วัวแก่ และดอยที่อยู่เคียงข้างกัน คอยช่วยเหลือมาตลอด<BR>รักทุกคนเลยจริงๆนะ</STRONG></P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P><STRONG>&nbsp;</STRONG></P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P><STRONG><BR></STRONG>&nbsp;</P>]]></description>
<pubDate>Sat, 05 May 2007 12:40:12 +0700</pubDate>
<guid isPermaLink="true">/008-real-happy-birthday</guid>
</item>
<item>
<title><![CDATA[007 : The Spy Who Loved Me]]></title>
<link>http://shongko.storythai.com/200702/007-the-spy-who-loved-me</link>
<description><![CDATA[<P><STRONG>ได้ฤกษ์โงหัวออกมาจากประตูถ้ำหน้าวังบาดาลซะที<BR>วันี้ไดอารี่จะยาว ยาวและยาวมาก</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>ออกมาแล้วก็ต้องรับของขวัญของหยก<BR>หยกTagไว้หลายชาติมาแล้วยังไม่มีเวลามาตอบเลย<BR>ด้วยความงงงวยก็จะขอทำแค่ครึ่งเดียวเพราะป่านนี้จะเหลือใครที่ไหนให้Tag T-T<BR>จำได้เลาๆว่าเมสเสจมาตอนเรากำลังฝันถึงท่านเข้ขาพาเพลิน</STRONG></P><br />
<P><STRONG>ยังนึกว่าหยกมาวางระเบิดที่ไดหรือเปล่า</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>ความลับ 5 ข้อที่ไม่ค่อยมีใครรู้ของชงโค</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>1.แพ้คำขอโทษ</STRONG></P><br />
<P><STRONG>เป็นจุดอ่อนที่ทำร้ายข้าพเจ้ามาหลายทีแล้ว<BR>ไม่ว่าจะทำร้ายจิตใจกันแค่ไหน จะโกรธยังไง<BR>ลองถ้าได้ยินว่าขอโทษ จิตใจก็จะยวบยาบทันที<BR>อย่างน้อยเค้าก็ขอโทษแล้ว..ก็น่าจะรู้ตัวว่าเค้าผิดแล้วใช่มั้ยล่ะ?<BR>นี่แหละถึงทำให้ไม่ค่อยมีใครแคร์ชงโคเวลาโกรธมากนัก<BR>เพราะโกรธไปอีกเดี๋ยวก็หาย</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>2.ไม่ชอบคุยโทรศัพท์</STRONG></P><br />
<P><STRONG>เห็นเป็นคนพูดๆๆๆไม่หยุดแบบนี้ แต่ไม่ค่อยได้คุยโทรศัพท์กับใคร<BR>ไม่ใช่ว่าไม่ชอบคนที่โทรมา แต่เพราะงานที่จุกจิกและมีมาตลอดแบบว่า<BR>5 นาทีก็ต้อง แป๊บนึงนะ อีก 10 นาทีก็ แป๊บนึงนะเรื่อยๆแบบนี้<BR>คนที่คุยอยู่เค้าจะรำคาญเอาได้<BR>แต่บางคนก็สามารถเงียบรอเราทำธุระได้ทั้งๆที่ไม่ต้องพูดขอโทษขอโพยมาก</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>3.ยังคงขับและจอดรถแบบประสาทๆ</STRONG></P><br />
<P><STRONG>ขับรถมาก็นานแล้วแต่ไม่รู้ทำไม ยังกะระยะรถตัวเองไม่ถูกซักที<BR>เพราะแม่ย้ำตลอดว่า ฮอนด้าแอคคอร์ดมันคันเบ้อเร่อ<BR>ไอ้คำว่าเบ้อเร่อนี่มันเท่าไหร่ล่ะ?????<BR>ดังนั้นเวลาจอดรถ ชงโคก็จะเหลือที่รอบข้างไว้ให้พ่อเตะบอลได้เสมอไป<BR>ชงโคไม่ชอบขับรถในที่ๆคนเยอะๆจอดรถยากๆ<BR>เช่นในห้างเย็นวันศุกร์และวันเสาร์อาทิตย์<BR>หรือตรอกข้าวสารคืนวันหยุด<BR>เพราะเวลาเข้าตาจนแบบว่าถอยรถไม่ได้แล้วต้องใช้เวลา<BR>การมีคนมาจ่อตูดรอเรานี่มันชวนหลอกหลอนให้ล่ก<BR>ก็เลยตัดปัญหาด้วยการไม่ค่อยออกไปไหนวันหยุด<BR>แถมวันก่อนโน้นไปกินข้าวที่ swisshotel <BR>ยังเอาล้อหน้าไปทักทายเนินกั้นท้ายรถซะอีก<BR>(มันมืด)</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>4.การไม่ค่อยได้ออน msn</STRONG></P><br />
<P><STRONG>เพราะงานที่จุกจิก เดี๋ยว 10 นาทีมาที 15 นาทีมาทีนึง<BR>แถมป๊ายังคอยมาเช็คเว็บบอร์ดอยู่เรื่อยๆ<BR>จึงเป็นเหตุให้หงุดหงิดกับการ</STRONG></P><br />
<P><STRONG>รอแปะนึงนะ ป๊ามาดูเว็บ<BR>รอเดี๋ยวนะ ทำงานก่อน<BR>รอก่อนนะ</STRONG></P><br />
<P><STRONG>บางทีก็กำลังคุยเพลินๆ สนุกๆต้องมาขอตัวแบบนี้บ่อยๆ มันก็เลยเซ็ง<BR>แบบพอกลับมาอีกที ออฟไลน์กันไปแล้ว เป็นอารมณ์ที่ต่อไม่ติดแล้ว<BR>เลยไม่ได้ออนเท่าไหร่ จะมีอีกเมลนึงที่มีแค่สี่ห้าคนในลิสต์<BR>คือคนที่เงียบหายไปเลยได้ไม่ต้องขอตัว<BR>เพราะไม่มีมารยาทจะให้รักษาซึ่งกันและกันแล้ว 5555<BR>ยังตั้งใจว่าจะ จะ จะ มาออนซะทีแต่ก็ไม่รู้จะยังมีใครให้คุยอีกหรือเปล่า<BR>หรืออย่างน้อยจะยังต่อกับใครติดอยู่บ้าง</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>5.เอเยนต์จับเด็กหนุ่มที่โอซาก้า</STRONG></P><br />
<P><STRONG>ตอนไปญี่ปุ่น ชงโคไปโอซาก้าอาทิตย์นึงช่วงใกล้ๆวันเกิดคุณเขา<BR>วันนั้นไปไคยุคัง(อควอเรี่ยม) ในขณะที่กำลังเดินๆอยู่รอบๆ<BR>ก็ไปพบฝูงเด็กหนุ่มม.ต้น(เดาเอาจากยูนิฟอร์ม)<BR>พอเห็นปุ๊บชงโคก็ตาลุกวาว เรดาร์เริ่มทำงานทันที<BR>หลังจากส่องไปส่องมาไม่พบคนที่เข้าตา <BR>เจอแต่เด็กคนนึงที่หน้าตาเข้าสเปคเมย์<BR>ทั้งๆยังไม่รู้จะพูดอะไร ด้วยความหนา(ของหน้า)ก็เดินดุ่มๆไปหาน้องเค้า<BR>พอน้องเค้ารู้ว่าอีเจ๊คนนี้จะมาชวนถ่ายรูป หน้าก็แดงอย่างเห็นได้ชัด<BR>โอ..เด็กหนุ่มที่น่าชิม 5555 ถ่ายรูปเสร็จก็ยืนเล็งแล้วก็คุยกันอยู่ระยะนึง <BR>พอกลับโรงแรมมาดูรูปในกล้อง <BR>ปรากฏว่าเมย์ได้ถ่ายรูปตอนชงโคเข้าไปทำสนธิสัญญา<BR>ช่างดูเหมือนเจ๊จับเด็ก เอเยนต์ค้าเด็กหนุ่มแท้ๆเชียว</STRONG></P><br />
<P><STRONG>ปล.น้องเค้าไม่รู้หรอกว่าชงโคอายุเท่าไหร่แล้ว 555555</STRONG></P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P align=center><STRONG><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/20050210091424339463h.gif" align=baseline border=0><BR></STRONG></P><br />
<P><STRONG>มาพูดถึงเรื่องอื่นๆ</STRONG></P><br />
<P><STRONG>เรื่องที่จะเล่ามันก็ไม่พ้นเรื่องคุณคนเดิมอีกนั่นแหละ</STRONG></P><br />
<P><STRONG><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/aaa.jpg" align=baseline border=0>วันก่อนรู้ว่าฮันนี่ต้องไปทำงานกับนางแบบสาวงามคนนึง<BR>เธอสวยมากแล้วก็เป็นคนที่ฮันนี่ปลื้มซะขนาด<BR>พอเรารู้ เราก็ร้องไห้โฮเลย โฮแบบว่า ฮือๆๆๆฮือๆๆแงงงงงงงง<BR>ปกติเวลาเราเฮิร์ทเราจะร้องแบบเงียบๆไม่ค่อยพูดอะไร <BR>แต่ไม่รู้ทำไมเรื่องนี้ถึงได้แหกปากแบบนี้</STRONG></P><br />
<P><STRONG>ไม่รู้นะว่าจะร้องทำไมเพราะเรารู้ว่าฮันนี่ไม่นอกใจเราไปกะเจ๊นี่แน่ๆ<BR>ไม่รู้ว่าทำไมมั่นใจ แต่ก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ<BR>เราไม่ได้หึง..เราว่าเราหวงมากกว่า<BR>ก็ไม่รู้จะทำยังไงเลยเปลี่ยนชื่อเอ็มไปเป็นตัวเลขวันที่ที่ฮันนี่ไปทำงานกับหล่อน<BR>พร้อมดอกไม้คอหักอีก 5 ดอก <BR>**Feb2007<IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/wilted_rose.gif" align=baseline border=0><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/wilted_rose.gif" align=baseline border=0><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/wilted_rose.gif" align=baseline border=0><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/wilted_rose.gif" align=baseline border=0><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/wilted_rose.gif" align=baseline border=0><BR>โดยไม่รู้ว่าฮันนี่จะโผล่มาในนาทีนั้นเอง<BR>เราเลยเปลี่ยนชื่อไม่ทัน</STRONG></P><br />
<P><STRONG>พอฮันนี่มาถึง ก็ก้าวขึ้นสังเวียนทันที</STRONG></P><br />
<P><STRONG>ฮันนี่ :&nbsp; วันนี้เป็นไงบ้าง คิดถึงจัง<BR>เรา :&nbsp;&nbsp;&nbsp; จ้ะ<BR>ฮันนี่ :&nbsp;&nbsp; เธอไม่โอเคนี่<BR>เรา&nbsp; :&nbsp;&nbsp; หือ?<BR>ฮันนี่ :&nbsp; ชื่อเอ็มน่ะ<BR>เรา :&nbsp;&nbsp;&nbsp; อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก <BR>ฮันนี่ :&nbsp; บอกมา<IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/smile011.gif" align=baseline border=0><BR>เรา :&nbsp;&nbsp; ไม่มีอะไร<BR>ฮันนี่ :&nbsp; ชั้นทำอะไรผิดหรือเปล่า?<BR>เรา :&nbsp;&nbsp; เปล่า<BR>ฮันนี่ : บอกมาเดี๋ยวนี้นะ<BR>เรา&nbsp; : ไม่อยากพูดถึงนี่ ช่างมันเถอะ<BR>ฮันนี่&nbsp; :&nbsp; ชั้นเป็นแฟนเธอหรือเปล่า? ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ต้องบอกก็ได้ว่าเป็นอะไร<BR>เรา&nbsp; :&nbsp;&nbsp; <IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/29.png" align=baseline border=0><BR>ฮันนี่&nbsp; :&nbsp; ไม่บอกก็ตามใจ</STRONG></P><br />
<P><STRONG>แล้วก็เงียบไปเลยจนเราดิ้นพราดซะเอง</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>เรา : ก็หึงอ้ะ <IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/85.gif" align=baseline border=0><BR>ฮันนี่ : หึงใคร?<BR>เรา : คนนี้ --&gt; (เราเอารูปหล่อนคนนั้นมาเป็นอีโม)</STRONG></P><br />
<P><STRONG>ฮันนี่หายไปแป๊บนึงแล้วกลับมา</STRONG></P><br />
<P><STRONG>ฮันนี่&nbsp;&nbsp; : <IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/100.gif" align=baseline border=0><BR>เรา&nbsp;&nbsp; : ขำอะไร !!<IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/100824_1615091.gif" align=baseline border=0><BR>ฮันนี่ :&nbsp; จะบ้าเหรอ?<BR>เรา&nbsp;&nbsp; : เฮ้ย ฮันนี่ไม่เข้าใจเหรอ เค้าสวยจะตายแล้วฮันนี่ก็ชอบเค้าด้วย<BR>ฮันนี่ : แล้วยังไงต่อ?<BR>เรา :&nbsp; เค้าอยู่ใกล้ฮันนี่มากกว่าอะ <IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/98.png" align=baseline border=0><BR>ฮันนี่ : เข้าใจรึยังว่าตอนไอ้คนนั้นมันอยู่ใกล้เธอ ฉันรู้สึกยังไง<BR>เรา :&nbsp; ไม่เหมือนกันซักหน่อย !!! เค้าไม่ได้เป็นนายแบบนะ<BR>ฮันนี่ : เหมือน<BR>เรา : ไม่เหมือนเว้ย!<IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/98.png" align=baseline border=0><BR>ฮันนี่&nbsp; : แฟนชั้นน่ะเธอ ไม่ใช่เค้า</STRONG></P><br />
<P><STRONG>แล้วฮันนี่ก็ไปคุยกะเมย์<BR>เมย์ : แฟนเธอนี่ร้องไห้นานมากเลยนะ<BR>ฮันนี่&nbsp; : <IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/what_smile.gif" align=baseline border=0>ร้องไห้?<BR>เมย์&nbsp; : อือ แหกปากคร่ำครวญ<BR>ฮันนี่ : ไหนบอกไม่ใช่คนขี้หึงไง<BR>เมย์&nbsp; : แหมมันก็ต้องมีมั่งแหละ<BR>ฮันนี่&nbsp; :&nbsp;<IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/100.gif" align=baseline border=0> เหมือนเด็กเลยเนอะ</STRONG></P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/1202.gif" align=baseline border=0><BR><STRONG>ไม่เห็นจะต้องขำตรงไหนเลย ก็มันหวงนี่หว่า</STRONG></P><br />
<P><STRONG><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/aaa.jpg" align=baseline border=0>วาเลนไทน์ที่ผ่านมาฮันนี่มีงานเยอะก็เลยมาเจอไม่ได้<BR>เราก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่มันก็ไม่ได้ความว่าเราจะไม่เหงาหนิ <BR>แต่เราก็เข้าใจแหละ งานแบบนี้มันก็ต้องเป็นแบบนี้<BR>เราเลือกของเราแล้วใช่มั้ยล่ะ</STRONG></P><br />
<P><STRONG>อยู่ดีๆเมย์ก็บอกให้เช็คเมลอีกเมลที่เราไม่ค่อยเช็ค<BR>เราก็งงๆ ก็เลยลองเช็คดู ปรากฏว่าเจอเมลของฮันนี่</STRONG></P><br />
<P><STRONG>บอกว่า </STRONG></P><br />
<P><STRONG>วันนี้สบายดีแต่คิดว่าเธอคงไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ใช่มั้ย<BR>ขอโทษจริงๆนะ งานเยอะมากตอนนี้ก็ยังทำงานอยู่เลย<BR>อย่างอนเลยนะ นะ [for me] นะ อย่างอนเลย </STRONG></P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P><STRONG>นี่..ชั้นสัญญานะ อนาคตของเรา จะอยู่ด้วยกัน</STRONG></P><br />
<P><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/em045.gif" align=baseline border=0><BR><STRONG>เราตกใจมาก มาก มาก มากจนพูดไม่ออก<BR>เพราะ</STRONG></P><br />
<P><STRONG>1. ฮันนี่เป็นคนไม่สัญญา คือกลัวความไม่แน่นอน<BR>กลัวว่าถ้าสัญญาแล้วไม่เป็นไปตามนั้นเราจะเสียใจทั้งคู่<BR>เราจึงไม่เคยได้รับคำสัญญาใดๆเลยจากฮันนี่</STRONG></P><br />
<P><STRONG>2. เวลาคุยเรื่องอนาคต ฮันนี่จะหัวเราะ แต่ไม่ค่อยตอบ<BR>ไม่ค่อยพูดอะไร เพราะกลัวว่าถ้าอนาคตไม่เป็นไปตามที่หวัง<BR>เราจะเสียใจทั้งคู่อีกเช่นกัน</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>พออ่านจบเราก็รู้สึกว่า ทำไมผู้ชายคนนี้น่ารักจังเนอะ (หลงแฟนตัวเอง555)</STRONG></P><br />
<P><STRONG><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/em011.gif" align=baseline border=0></STRONG></P><br />
<P><STRONG>มันคงฟังดูตลกสำหรับหลายๆคน<BR>เรารู้ว่ามันต้องมีคนถามล่ะ</STRONG></P><br />
<P><STRONG>ว่าแค่คำพูดทำไมดีใจนัก ในเมื่อการกระทำมันบ่งชี้ชัดไม่ได้<BR>ด้วยอยู่กันคนละแห่งหนกัน<BR>คุณแน่ใจหรือเปล่าว่ามันคือความรัก?<BR>เขาหลอกคุณอยู่หรือเปล่า?</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>เราก็เคยถูกถามแบบนี้</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/aaa.jpg" align=baseline border=0>ในความคิดของเรา..โลกไซเบอร์เนี่ยมันเป็นที่แห่งเดียว<BR>ที่เราสามารถจะเรียนรู้ใครสักคนด้วยคำพูด ด้วยความคิดล้วนๆ<BR>คุณไม่รู้หรอกว่า คนที่คุณคุยอยุ่หน้าตาเขาจะตรงกับรูปที่เห็นหรือไม่<BR>(ละเว้นกรณีเว็บแคมน่ะนะ) <BR>แต่คุณอ่านเค้าได้จากข้อความของเค้า จากตัวหนังสือของเค้า</STRONG></P><br />
<P><STRONG>เรากับฮันนี่บ่มการเรียนรู้ซึ่งกันและกันมาราวๆสองปี<BR>ตัวหนังสือของฮันนี่จะตรงไปตรงมา สั้น และห้วน<BR>หลายครั้งแสดงความคิดเห็นโดยไม่แคร์ใครด้วยซ้ำ<BR>หรือไม่ บางครั้ง..ก็พูดอะไรออกมาโดยไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่คุย</STRONG></P><br />
<P><STRONG>ส่วนเราเองมักจะซ่อนความรู้สึกหม่นหมอง<BR>และน้อยใจใต้คำพูดว่า "ไม่เป็นไร" เสมอๆ<BR>เราจึงชินกับการสังเกตกันและกันมากเกินปกติ</STRONG></P><br />
<P><STRONG>เพราะตัวอักษรมันแสดงความรู้สึกไม่ได้เท่าใบหน้า<BR>คุณอาจจะพิมพ์ลงไปว่า "สบายดี" ทั้งๆหัวใจคุณกำลังร้องไห้อยู่ก็ได้<BR>เราจะรู้จากคำพูดของฮันนี่ ถ้าเค้าเคืองใจหรือน้อยใจอะไรอยู่<BR>มันจะห้วนและสั้น แต่เจ็บปวดเสมอ</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/aaa.jpg" align=baseline border=0>สำหรับเรา เราไม่รู้หรอกว่านิสัยการคุยของเราเป็นยังไง<BR>แต่ครั้งไหนที่คุยกันแล้วเราใช้อีโมติคอนเบสิคของ msn ไปเช่น <IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/regular_smile.gif" align=baseline border=0><BR>ฮันนี่จะถามกลับมาทุกครั้ง..เธอเป็นอะไรไป</STRONG></P><br />
<P><STRONG>โดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน เราพบว่าตัวเองเวลาเจ็บปวด หรืออารมณ์ไม่คงที่<BR>เราไม่สามารถโกหกตัวเองโดยการใช้อีโมติคอนประสาทๆตลกๆแบบปกติได้</STRONG></P><br />
<P><STRONG>hai~~~<BR>hai</STRONG></P><br />
<P><STRONG>i know~<BR>i know</STRONG></P><br />
<P><STRONG>it's alright.<BR>it's alright<IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/regular_smile.gif" align=baseline border=0>.</STRONG></P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P><BR><STRONG>คุณเดาออกไหม เรารู้สึกยังไงตอนพิมพ์<BR><BR></STRONG><STRONG>เขารู้</STRONG></P><br />
<P><STRONG>ฮันนี่รู้ว่าเราไม่สามารถฝืนตัวเองให้พิมพ์แม้กระทั่งตัวหนอน<BR>เพื่อโกหกว่ากำลังสบายดีได้</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/aaa.jpg" align=baseline border=0>หลายคนถามว่า ทำไมเขาถึงมาหาเราไม่ได้<BR>แน่ใจได้ยังไงว่าไม่นอกใจ<BR>งานอะไรทำไมยุ่งขนาดนั้น</STRONG></P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P><BR><STRONG>เหตุผลบางอย่างก็เหมาะจะรู้กันเพียงสองคน..<BR>หากถูกเซ้าซี้ถามหนักเข้า เราจึงตอบได้แค่ว่า<BR>การที่เรารู้ว่าเขาไม่นอกใจ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ฮันนี่ทำแบบนั้น<BR>โดยไม่ต้องสืบอะไรมากนัก <BR>มันจะมาเข้าหูเราเองจนได้ไม่จากเพื่อนฮันนี่ก็จากทางใดทางหนึ่งรอบตัวเรา</STRONG></P><br />
<P><STRONG>การที่เขามาหาเราไม่ได้ เพราะเขาทำงาน<BR>พนักงานบริษัทไม่ได้เหมือนกันทุกคนไม่ใช่หรือ?<BR>บริษัททุกบริษัท การทำงานก็ไม่ได้เหมือนกัน<BR>จะเป็นไรถ้าคนของเราทำงานอยู่ในบริษัทที่เข้มงวดและงานหนักเป็นพิเศษ?<BR>ก็เพราะงานของเขากับตัวตนของเรามันถึงทำให้เรารักกันในโลกไซเบอร์นี้ได้<BR>ไม่ต้องโดดงานมาหาเราก็ได้ เวลาพักก็เจอกันถ้าจะออนไลน์<BR>วันพิเศษต่างๆ ไม่ต้องกังวลว่าทำงานเสร็จจะดึกเกินไปที่ภัตตาคารจะปิด<BR>เพราะเราก็ยังอยู่ด้วยกันได้</STRONG></P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P><STRONG><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/aaa.jpg" align=baseline border=0>เราเคยรักใครบางคนที่สามารถอยู่กับเราได้ตลอดเวลา<BR>เราพูดภาษาเดียวกัน เรามีรากฐานทางสังคมที่คล้ายๆกัน<BR>เราไปกินข้าวด้วยกันในวันพิเศษ เราไปเดินเล่นในห้าง<BR>ไปดูหนังฟังเพลง เรานั่งมองตากัน<BR>บางทีที่ต้องไกลกัน เราสัญญาว่าจะคิดถึงกันเหมือนตอนเราอยู่ด้วยกัน<BR>ใครหลายคนนั้นให้เราได้ทุกอย่าง</STRONG></P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P><STRONG>ยกเว้นความซื่อสัตย์</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>เจ็บปวดกว่าหรือไม่ กับการใช้เวลาอยู่ด้วยกันโดยไม่รู้เลยว่า<BR>เขาหลอกเราตอนไหน?เมื่อไหร่?<BR>เขามองตาเราในใจเขาคิดถึงใคร<BR>เขาจับมือเราด้วยมือที่เคยกอดใคร?<BR>ความไกลทำไมถึงทำให้เขาเปลี่ยนใจไปได้?</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>การพบเจอการอยู่ใกล้ไม่ได้ทำให้ความรักแข็งแรงขึ้นแม้แต่น้อย<BR>ถ้าคนเรามันจะไม่จริงใจให้กัน จริงไหม?</STRONG></P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P><BR><STRONG><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/aaa.jpg" align=baseline border=0>เราอยู่ไกลจากฮันนี่มาแต่แรกอยู่แล้ว <BR>ไม่รู้ทำไมถึงรักกันได้ทั้งๆที่ภาษาของเราทั้งคู่มันต่างกัน<BR>ภาษาสื่อกลางก็ไม่ใช่จะเก่งกาจอะไร <BR>หลายครั้งเข้าใจผิดกันใหญ่โตเพราะภาษากลางด้วยซ้ำ<BR>แต่เราเชื่อว่าการที่อยู่ด้วยกันแบบนี้มันคือการพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี<BR>อุปสรรคด้านภาษา ด้านสถานที่ ด้านการงาน ด้านอื่นๆมากมายที่รุมล้อม<BR>จะเป็นสิ่งที่หลอมรากฐานของเราให้มั่นคงขึ้น เราเชื่ออย่างนั้น</STRONG></P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P><STRONG></STRONG>&nbsp;</P><br />
<P><BR><STRONG>นั่นคือสาเหตุที่ทำไมเรารักฮันนี่อย่างเหลือเกิน</STRONG></P><br />
<P><STRONG><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/aaa.jpg" align=baseline border=0>ฮันนี่ปากร้าย เอาแต่ใจ ขี้แกล้ง แต่ขี้อายอย่างไม่น่าเชื่อ <BR>ใครจะรู้ว่า<BR>การที่เราแค่พูดถึงเครื่องสำอางค์ยี่ห้อโปรดครั้งเดียว<BR>ซึ่งเป็นยี่ห้อที่เค้าไม่รู้จักมาก่อนเลย <BR>มันไม่ใช่ลังโคม ดิออร์ ชาแนล คาเนโบ้ที่ติดตลาด</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>พอต้องทำงานที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางค์<BR>ผู้ชายขี้อายคนนี้ไปที่เคาท์เตอร์เครื่องสำอางค์ยี่ห้อโปรดของเรา<BR>มันจะหายากอยู่แล้วเพราะเป็นโลโก้ที่ฮันนี่ไม่คุ้นตาเวลาเดินห้าง<BR>ก็ยังเดินหาจนเจอแล้วก็ซื้อเครื่องสำอางค์ยี่ห้อนั้นมาทำงาน</STRONG></P><br />
<P><STRONG>แถมยังสังเกตว่าตัวอักษรในยี่ห้อนั้นมันเหมือนๆชื่อย่อของเรากับฮันนี่ซะอีก</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/aaa.jpg" align=baseline border=0>ครั้งนึง คุณเปรมแกล้งฮันนี่ด้วยการอำว่า เราไม่สบายหนักมากนะ<BR>ต้องผ่าตัด ไม่รู้อาการจะเป็นยังไง<BR>ฮันนี่ตกใจมาก ลุกลี้ลุกลนถามว่าเราเป็นอะไรไป<BR>คุณเปรมก็บอกว่า </STRONG></P><br />
<P><STRONG>เป็นโรคคิดถึงนาย เลือดในเส้นเลือดก็จะมีแต่นาย<BR>ไปวัดสายตามาก็เจอแต่นายในสองตา หายใจเข้าออกก็เป็นนาย</STRONG></P><br />
<P><STRONG>แล้วฮันนี่ก็โวยวายตอบไปว่า</STRONG></P><br />
<P><STRONG>ไอ้บ้า โรคแบบนั้นมีที่ไหน ถ้าจะมีล่ะก็ ฉันนี่แหละที่จะเป็น ไม่ใช่เค้าหร...</STRONG></P><br />
<P><STRONG>แล้วเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าหลุดปาก ก็เลยเงียบทันทีแล้วเดินหนีไปเลย</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>ผู้ชายอะไร..น่ารักชะมัด</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>คิดว่าไดหน้านี้อาจจะเป็นพงศาวดารไปก็ได้ถ้าเขียนต่อ</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>ไดอารี่หน้านี้เราให้คำตอบกับบางคน<BR>ที่เฝ้าถามและเป็นห่วงเรื่องนี้อยู่เสมอแล้วนะคะ<BR>ถามหลายคนเก๊าะเลยตอบทีเดียว <BR>ขอบคุณจริงๆที่แคร์ความรู้สึกเราเสมอ<BR>แต่เรามีความสุขมากจริงๆกับผู้ชายคนนี้</STRONG></P><br />
<P><BR><STRONG>อย่าว่าเราดื้อเลยเนาะ...</STRONG></P><br />
<P><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/em032.gif" align=baseline border=0></P>]]></description>
<pubDate>Fri, 16 Feb 2007 15:00:37 +0700</pubDate>
<guid isPermaLink="true">/007-the-spy-who-loved-me</guid>
</item>
<item>
<title><![CDATA[006 : Run away Crocodile]]></title>
<link>http://shongko.storythai.com/200601/006-run-away-crocodile</link>
<description><![CDATA[<BR><BR><br />
<P><STRONG>ฮือออออ จะขาดใจตาย</STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG>แฟนหนูหนีไปต่างแดนค่ะ...<IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/85.gif" align=baseline border=0></STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><BR><STRONG>แปลกจังทั้งที่ปกติก็ไม่ถือว่าเจอกันทุกวัน <BR><BR>อย่างดีก็สองวันครั้งสามวันครั้ง<BR>(อย่างช้าก็สี่ถึงห้าขึ้นอยู่กับการเมลหาของเราเอง)<BR>แต่เราก็จะรู้ข่าวคราวฮันนี่ตลอด(จากวัวคาบข่าวก็มี จากเป็ดคาบข่าวก็มี)<BR>แต่ตอนนี้ดันรู้สึกแปลกๆ <BR><BR>อาจเป็นเพราะมันไกลกว่าเดิมล่ะมั้ง<BR>ลมฟ้าอากาศต้นไม้ใบหญ้าทะเลชายหาดที่แถวนั้นมันคงจะแสบตาน่าดู<BR>ป่านนี้วิ่งตามสาวบิกินี่ไปแล้วซะละมั้ง<BR><BR><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/MSNEmotion_cf5696.gif" align=baseline border=0><BR><BR>ตามแบบนี้ <BR><BR>(ทำไมมันเหมือนแฟนเราจังวะไอ้ตัวนี้)</STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG>ถ้าขึ้นเครื่องตอนเช้าเมื่อวานก็น่าจะถึงเช้าวันนี้<BR>อยากรู้จังว่าจากนาริตะไปถึงโน่นใช้เวลากี่ชั่วโมง<BR>จะเร็วกว่าไทยกี่ชั่วโมงหนอ..</STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG>ตอนนี้ไทยบ่ายโมง ที่นั่นน่าจะราวๆตีหนึ่ง <BR>อาจจะนอนอืดอยู่ก็เป็นได้<BR>มาพนันกันว่าข้างกายฮันนี่จะมีใครอยู่ข้างๆ<BR>โอโบจามะคุงหรือสาวบิกินี่จีสตริง</STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG>แล้วโอโบจามะคุงจะเอาคอมไปหรือเปล่าไม่รู้<BR>อุชิ &nbsp;คิโนโกะจังบอกว่าฮันนี่ต้องเช็คเมลแน่ๆล่ะ<BR>แต่ไม่รู้วันไหน..อืม..ถ้าเป็นวันที่จะกลับคงจะงอนน่าดู</STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG>ก่อนจะไปฮันนี่ก็วางระเบิดไว้ตู้มเบ้อเร่อ <BR><BR>อันเนื่องมาจากคบกันมาได้แปดเก้าเดือน<BR>เราก็เดาว่า <BR><BR>อีตานี่ต้องไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกะวันนี้แหงเสะ<BR>ก่อนฮันนี่จะไปเราก็บอกว่า <BR><BR>คบกันมาหลายเดือนแล้วนะ</STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG>เรา : i love you</STRONG><BR></P><BR><BR><br />
<P><STRONG>Honey : ผมรักคุณ รักที่สุด</STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG>แล้วจากไป<BR></STRONG></P><BR><BR><br />
<P><STRONG>วางระเบิดแบบสภาพศพยับเยินกันเลยทีเดียว<BR><BR></STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG>ไปหาคำพวกนี้มาจากไหน !!!!</STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG>จะว่าไปลืมเล่าถึงวันคริสต์มาส <BR><BR>คิดว่าเป็นคริสต์มาสที่ดีที่สุดในชีวิตของเราเลยละมั้ง<BR>เราก็คุยกันแบบปกติ เรื่อยๆ แล้วก่อนจะไป ฮันนี่ก็เมลมา <BR>ซึ่งเราก็เดาว่าน่าจะเป็นเมลอวยพรธรรมดา แต่ขอโทษ อย่าดูถูกเขา <BR></STRONG></P>]]></description>
<pubDate>Sat, 06 Jan 2007 20:52:45 +0700</pubDate>
<guid isPermaLink="true">/006-run-away-crocodile</guid>
</item>
<item>
<title><![CDATA[005 : The Story of Us]]></title>
<link>http://shongko.storythai.com/200612/005-the-story-of-us</link>
<description><![CDATA[<P><STRONG>หลังจากกลับมาจากโน่นก็จมอยู่กับกองงานชุดใหม่ของป๊าจนไม่ได้ออกไปไหน<BR>แถมฤดูป่วยประจำปีก็มาถึงแล้ว นอยไปอังกฤษก็ไปส่งไม่ได้ <BR>วันเกิดใครงานใครไม่มีเวลาไปจนอยากจะบ้าตายอยู่แล้วววว</STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG>ตอนนี้งานเริ่มคลายตัวก็เลยมาบ่นๆลงไดอารี่ซักหน่อย</STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/neko6.gif" align=baseline border=0>ช่วงนี้ไมเกรนเรากลับมากำเริบนิดหน่อยเพราะนอนไม่พอ<BR>มันกังวลเรื่องงานจนนอนไม่หลับ ทั้งๆที่มียาดีช่วยแล้วเชียว<BR>ลูกค้าร้อยกว่าคน และรายชื่อที่รอการคอนเฟิร์มอีกสี่ร้อยกว่าคน<BR>มันทำให้เราอยากจะไปบวชซะจริงๆ <IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/103.gif" align=baseline border=0></STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG>ในขณะที่โลกรอบตัวกำลังเร่งรัดไปทุกอย่าง ก็มีแต่ฮันนี่นี่แหละ ยาดีที่สุดของเรา</STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/neko6.gif" align=baseline border=0>จากวันนั้นก่อนไปญี่ปุ่นจนกลับมา สิ่งที่คืบหน้ามีมากจนพอย้อนกลับไปดูช่วงนั้น<BR>ก็งงๆว่าอะไรๆมันเปลี่ยนไปเยอะดีเนอะ</STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG>ไอ้ดอยก็เลิกกับแฟนหันมาตั้งหน้าตั้งตาจีบเมย์ใหม่<BR>แต่แฟนเมย์ที่ทำตัวเป็นก้างชิ้นเท่าวัวที่ชื่อคุณเปรมก็ยังอยู่แถมงอแงมากขึ้นด้วย</STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG>ราวๆเดือนแปดคุณเปรมเข้ามาในวงเวียนของพวกเราด้วยมาดนิ่ง หยิ่งทะนงและปากร้าย<BR>เวลาผ่านไป เราก็ได้รับรู้มากขึ้นว่า ใต้มาดนิ่งนั้นมีความออเต็มพิกัดแฝงอยู่<BR>(ก็เหมือนเพื่อนมันนั่นแหละ)<IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/4.gif" align=baseline border=0></STRONG></P><BR><BR><BR><br />
<P><STRONG><IMG alt="" hspace=0 src="http://img.photobucket.com/albums/v510/shongkoryo/emoticon/neko6.gif" align=baseline border=0>หลังจากคุณเปรมศึกษานิสัยใจคอเมย์มาได้ระยะนึง ก็เริ่มจีบกันซึ่งๆหน้า<BR>จีบบ้างจิกบ้างตามประสารักหรอกจึงหยอกเล่น <BR>นำพามาซึ่งความปวดกบาลของเมย์เป็นยิ่งนัก</STRONG></P>