counter 13,847

010 : บ่น





ด้วยความหรรษาที่คันจานิแลนด์ได้กลับมาอีกครั้ง
ชงโคจึงอยากกลับมาปัดฝุ่นเรือนวังบาดาลของชงโคบ้าง


ณ ยามนี้ NEWS ก็ได้ลิขสิทธิ์ในไทยแล้วเรียบร้อย
ชงโคนั่งๆนอนๆโอดโอยเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่จนวันที่ 23
ก็ออกไปที่ห้างสุดหรูใกล้วังบาดาล เดอะมอลล์บางแค
สาเหตุเพราะต้องออกไปเอาของให้พี่สาวอยู่แล้ว
พอไปถึงก็แวะร้านซีดีมันทุกร้าน เป็นการอธิบายที่ลำบากมาก

" มีอัลบั้ม Pacific กับ ซิงเกิ้ล weeeek ของวง NEWS มั้ยคะ?
วงญี่ปุ่นสังกัดแกรมมี่น่ะค่ะ"


พูดจนท่องได้ ถามหาหมดทุกร้าน ไม่มีสักร้าน เจอแต่บ่าววี ขอนไม้กับเรือ
(ฟังกู๋ร้องคาราโอเกะจนจะร้องได้อยู่แล้ว)
จะหยิบมาแทนกันก็คงไม่เข้าที เลยกลับบ้านมาด้วยอารมณ์ค้างคาใจ
พอกลับมาถึงบ้าน นั่งคิดนอนคิดอยู่จนทุ่มกว่าๆก็เลยลองโทรไปที่ B2S เซ็นทรัลปิ่นเกล้า


" มีอัลบั้ม Pacific กับ ซิงเกิ้ล weeeek ของวง NEWS มั้ยคะ?
วงญี่ปุ่นสังกัดแกรมมี่น่ะค่ะ"


โทรไปรอบแรกพนักงานให้รอสักครู่ คิดว่าสักครู่ของพนักงานกับเราคงไม่เท่ากัน
ของพนักงานเขาคงเป็นครู่ที่สามารถไปกลับกรุงเทพ-เชียงใหม่ได้
เราก็เลยวางไปแล้วโทรไปอีกครั้ง ก่อนจะท่องสคริปต์เดิม


" มีอัลบั้ม Pacific กับ ซิงเกิ้ล weeeek ของวง NEWS มั้ยคะ?
วงญี่ปุ่นสังกัดแกรมมี่น่ะค่ะ"


คราวนี้รอครู่เดียวสมใจ พนักงานบอกว่า มีอย่างละ 29 แผ่น
ชงโคก็คว้ากุญแจรถกระโดดเกาะพวงมาลัยขับไปเซ็นทรัลทันที
พอไปถึงบีทูเอส อะหื้อ..การได้เห็นหน้านิชิคิโดคุงอยู่บนแผงซีดีมันชวนชื่นใจ Photobucket
(คนละอารมณ์กับตอนไปเจอซิงเกิ้ล Secret Agent Man
ที่ Tower Record Shibuya จริงๆนะ)
คว้าหมับอย่างละสองแผ่นเหมือนคนโรคจิต แล้วก็วางไปแผ่นนึงแล้วก็หยิบมาอีกแผ่นนึง
หยิบๆวางๆจนรู้สึกว่ากูบ้าหรือเปล่า เลยเดินถอยห่าง
(อย่าผวน..เพราะเดินถ่างอย่างนั้นไม่เป็นหญิงไทยใจงาม)Photobucket
ออกมาจนถึงชั้นที่วางซีดีศิลปินญี่ปุ่น ก็เจอ NEWS แต่สายตาไปสะดุดอยู่ที่ Destiny Line By Leah Dizon

Photobucket

โชคดีนักแลที่ลีอาจังและนิวส์ถูกคั่นกลางโดย WAT (รักเทปเปและเอจิจัง)
ไม่งั้นอกแม่ชงโคก็คงโผบินเข้าถิ่นเข้กันคราวนั้น

นึกในใจอยู่ว่าจะซื้ออย่างละสองแผ่นดีหรือไม่ เพราะยังไงก็เป็นงานแรกในไทยเชียวนา..
ปรากฏว่าหันไปเจออัลบั้มล่าสุดของ Darren Hayes
(ทำไมนามสกุลเขาไม่อ่านว่า ฮาเยส นาย ดาร์เรน ฮาเยส??)
ก็เลยหยิบกลับมาด้วย ก่อนจะเดินไปเจอหนังสือชื่อ สามี(ผู้)แสนวิเศษ โดย คุณแพนนิตา
ชงโคเปิดอ่านได้ราวๆสองหน้าก็คว้าไปจ่ายเงินเลย
เป็นหนังสือที่อ่านแล้วชุ่มชื่นหัวใจมาก คาดว่าจะเอาไปอ่านตอนงอนคุณท่านขา
เวลาคุณท่านขาไปว่าราชการหลายๆวันไม่กลับเรือน



ไหนจะบ่นทั้งทีขออนุญาตบ่นถึงนิชิคิโดคุงซักน่อย
เดี๋ยวท่านเข้ขาเธอติด sexy ซะเหลือเกิน ชงโคเห็นทีไรมือไม้อ่อน
เรียกหายาดมวันละสามสี่รอบ ไม่อยากให้ท่านเข้ขาโชว์หวิวไปมากกว่านี้แล้ว
เดี๋ยวลมปราณชงโคจะแตกซ่านเอาง่ายๆ
ลองดูตัวอย่างได้จากตรงนี้..

Photobucket

ทันทีที่เห็น ชงโคถึงกับ

Photobucket

แล้วก็เข้าโรงพยาบาลไปในวันนั้นเลย
นี่คือเหตุการณ์ย้อนหลังที่คัดลอกมาจาก bloggang

ในยามเช้า(สาย)ราวๆ 9 โมงกว่า
ขณะที่เมียบ่าวกำลังนอนขึ้นอืดอย่างสบายอารมณ์
ก็ได้ยินเสียงที่อ่อนหวานดังนกลาร์คแว่ว (ราวๆ 80 เดซิเบล)
มาจากนอกห้อง ว่ามีพัสดุมาส่งถึงคุณนาย(คืออิชั้นนั่นเอง)
อิชั้นก็เลยเปิดประตูห้องไปเอาพัสดุมาวางบนเตียง
พลันเหลือบไปเห็นใบเสร็จรับเงินจากศุลกากร
อืม..ทำไมคราวนี้สั่งของแล้วเจอภาษีหว่า..
แต่ก็เอาไว้ค่อยงงต่อละกัน ง่วง
แล้วก็นิทราต่ออย่างสุขใจ ด้วยข้ออ้างว่า
คนเพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องพักผ่อนมากๆ

หลังจากที่พักผ่อนจนสมใจแล้ว อิชั้นนก็โงหัวขึ้นมาจากเตียงราวๆ 11 โมง
มานั่งพิจารณาพัสดุที่ส่งตรงมาจาก Chiba Japan อืม..amazon.co.jp
มันจะเอา invoice มาประกาศหน้ากล่องทำไมว่าของในกล่องนี้ลูกค้ากูสั่งซื้อมา
แปะได้โดดเด่นเป็นสง่ามากดังภาพ
ประหนึ่งกลัวว่าลูกค้าจะเป็นพลเมืองไทยนิสัยไม่ดี ซื้อของไม่เสียภาษี


Photobucket


เหตุนี้เมียบ่าวจึงต้องเสียภาษีแก่กรมศุล
เพิ่มจากค่าหนังสือรวมค่าส่งมหาโหดอีก 107 บาทถ้วน

Photobucket

Photobucket


พอค่อยๆแกะกล่องออกมา ก็พบหนังสือที่เมียบ่าวสั่งไว้เมื่อวานซืน
อุเหม่ส่งไวทันใจจริงๆ amazon นี่ ไม่ผิดหวังเลย
แต่คิดไปคิดมา..ก็ดูมันคิดค่าส่ง

Photobucket

Photobucket

หนังสือเล่มละ 619 เยน ประมาณ 185 บาท
คิดค่าส่งถูกๆ แค่ 2500 เยน 750 บาทเอ๊งงงง
แพงกว่าค่าหนังสือตั้งสามเท่า TAT แต่เมียบ่าวต้องสู้
เพราะเป็นหนังสือที่คุณท่านขาได้โชว์หวิวไว้
ดังที่โวยวายไปในบล็อกหน้าที่แล้ว
แต่เมียบ่าวก็ไม่ได้แกะเอาหนังสือออกมาดูนะ..ยังแสลงใจอยู่



เก็บตก



เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล

ตอนเย็นเมียบ่าวโอดโอยจวนเจียนขาดใจไปพบเจ้าคุณหมอ
เจ้าคุณหมอก็ได้สั่งพี่อู๋ ธรรพณ์ธร มาฉีดยาที่บั้นท้ายเมียบ่าวซะหนึ่งเข็ม
หลังจากอาการทุเลาลงแต่ยังไม่หายขาด เมียบ่าวก็หิวโซ
นอนกินหมูแดดเดียวที่ญาติเอามาเยี่ยมไข้อย่างเอร็ดอร่อย
โดยไม่ทันตั้งตัว เจ้าคุณหมอก็เปิดประตูห้อง
เข้ามาพบเมียบ่าวในสภาพน่าเอน็จอนาถ
มีถาดหมูแดดเดียววางบนพุง
มือซ้ายที่มีสายน้ำเกลือห้อยระโยงระยางจับขวดน้ำโพลาริส
มือขวามีชิ้นหมูแดดเดียวครึ่งชิ้นที่อีกครึ่งชิ้นอยู่ในปาก
ในปากผู้(เคย)ป่วยหนักมียของกลางคาอยู่คือหมูแดดเดียวติดมัน..
ทำเอาเจ้าคุณหมอเซอร์ไพรส์มาก..(แต่อิชั้นอายยยยยยย)



รูปตอนที่เมียบ่าวเข้าไปเปลี่ยนบรรยากาศที่โรงพยาบาล


Photobucket

อย่าแปลกใจไป..นี่คือการมาเยี่ยมไข้ของครอบครัวเมียบ่าวเอง
สตรีที่อยู่บนเตียงนั้นคือเมียบ่าวกำลังจิ้มมือถือส่งเมลหาคุณท่านขา
ขณะนั้นเป็นเวลาดึกหลังจากเจ้าคุณหมอได้เข้ามาเจอเซอร์ไพรส์ไปแล้ว
สังเกตุได้ว่าการป่วยของเมียบ่าวนั้นประหนึ่งการเฉลิมฉลองและการรวมญาติ
ทุกท่านนั้นจับกลุ่มซุบซิบคุยกันอย่างเพลิดเพลิน
ส่วนตัวเมียบ่าวนั้นหรือก็นอนเก็บข้อมูลหูผึ่ง 5555


อันนี้เป็นอาหารว่าง..รู้สึกแปลกกำบคำว่าผูป่วยที่ "ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอาหาร"
เข้าใจความหมายแต่มันมีความหมายแฝงหรือเปล่า(วะ)

Photobucket


อันนี้หลังจากถอดสายน้ำเกลือแล้ว พยาบาลได้ทำให้เมียบ่าวรู้สึกเหมือนว่า
ตัวเองสามารถปล่อยใยแมงมุมคล้ายสไปเดอร์แมนได้ด้วย
จากไอ้แท่งๆที่ติดอยู่บนมือนี้

Photobucket


สุดท้าย อยากเอามาแปะไว้เฉยๆ
ซันจิ แมวน้อย(เหรอ)น่ารักประจำบ้าน
กำลังพยายามจะเช็คเอาท์ออกไปตระเวณราตรี
หลังจากเข้ามาเช็คอินกินอาหารในโรงแรม(บ้าน)แล้ว


Photobucket

และอีกอัน ไปเจอมาที่บิ๊กซีชลบุรี ตอนไปเที่ยวปีใหม่
ขนมยี่ห้อ ปูไทย...


ปูไทย..

Photobucket

สำหรับท่านที่มองไม่เห็น เมียบ่าวขอขยายความดังนี้


"ไม่มีส่วนผสมของเนื้อปู"



ปู ปู ปู ปูไทย ตัวไม่ใหญ่ไม่โต...







Photobucket

ด้วยรักและบึกบึน
จากใจเมียบ่าวแดดเดียว















010 : บ่น





ด้วยความหรรษาที่คันจานิแลนด์ได้กลับมาอีกครั้ง
ชงโคจึงอยากกลับมาปัดฝุ่นเรือนวังบาดาลของชงโคบ้าง


ณ ยามนี้ NEWS ก็ได้ลิขสิทธิ์ในไทยแล้วเรียบร้อย
ชงโคนั่งๆนอนๆโอดโอยเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่จนวันที่ 23
ก็ออกไปที่ห้างสุดหรูใกล้วังบาดาล เดอะมอลล์บางแค
สาเหตุเพราะต้องออกไปเอาของให้พี่สาวอยู่แล้ว
พอไปถึงก็แวะร้านซีดีมันทุกร้าน เป็นการอธิบายที่ลำบากมาก

" มีอัลบั้ม Pacific กับ ซิงเกิ้ล weeeek ของวง NEWS มั้ยคะ?
วงญี่ปุ่นสังกัดแกรมมี่น่ะค่ะ"


พูดจนท่องได้ ถามหาหมดทุกร้าน ไม่มีสักร้าน เจอแต่บ่าววี ขอนไม้กับเรือ
(ฟังกู๋ร้องคาราโอเกะจนจะร้องได้อยู่แล้ว)
จะหยิบมาแทนกันก็คงไม่เข้าที เลยกลับบ้านมาด้วยอารมณ์ค้างคาใจ
พอกลับมาถึงบ้าน นั่งคิดนอนคิดอยู่จนทุ่มกว่าๆก็เลยลองโทรไปที่ B2S เซ็นทรัลปิ่นเกล้า


" มีอัลบั้ม Pacific กับ ซิงเกิ้ล weeeek ของวง NEWS มั้ยคะ?
วงญี่ปุ่นสังกัดแกรมมี่น่ะค่ะ"


โทรไปรอบแรกพนักงานให้รอสักครู่ คิดว่าสักครู่ของพนักงานกับเราคงไม่เท่ากัน
ของพนักงานเขาคงเป็นครู่ที่สามารถไปกลับกรุงเทพ-เชียงใหม่ได้
เราก็เลยวางไปแล้วโทรไปอีกครั้ง ก่อนจะท่องสคริปต์เดิม


" มีอัลบั้ม Pacific กับ ซิงเกิ้ล weeeek ของวง NEWS มั้ยคะ?
วงญี่ปุ่นสังกัดแกรมมี่น่ะค่ะ"


คราวนี้รอครู่เดียวสมใจ พนักงานบอกว่า มีอย่างละ 29 แผ่น
ชงโคก็คว้ากุญแจรถกระโดดเกาะพวงมาลัยขับไปเซ็นทรัลทันที
พอไปถึงบีทูเอส อะหื้อ..การได้เห็นหน้านิชิคิโดคุงอยู่บนแผงซีดีมันชวนชื่นใจ Photobucket
(คนละอารมณ์กับตอนไปเจอซิงเกิ้ล Secret Agent Man
ที่ Tower Record Shibuya จริงๆนะ)
คว้าหมับอย่างละสองแผ่นเหมือนคนโรคจิต แล้วก็วางไปแผ่นนึงแล้วก็หยิบมาอีกแผ่นนึง
หยิบๆวางๆจนรู้สึกว่ากูบ้าหรือเปล่า เลยเดินถอยห่าง
(อย่าผวน..เพราะเดินถ่างอย่างนั้นไม่เป็นหญิงไทยใจงาม)Photobucket
ออกมาจนถึงชั้นที่วางซีดีศิลปินญี่ปุ่น ก็เจอ NEWS แต่สายตาไปสะดุดอยู่ที่ Destiny Line By Leah Dizon

Photobucket

โชคดีนักแลที่ลีอาจังและนิวส์ถูกคั่นกลางโดย WAT (รักเทปเปและเอจิจัง)
ไม่งั้นอกแม่ชงโคก็คงโผบินเข้าถิ่นเข้กันคราวนั้น

นึกในใจอยู่ว่าจะซื้ออย่างละสองแผ่นดีหรือไม่ เพราะยังไงก็เป็นงานแรกในไทยเชียวนา..
ปรากฏว่าหันไปเจออัลบั้มล่าสุดของ Darren Hayes
(ทำไมนามสกุลเขาไม่อ่านว่า ฮาเยส นาย ดาร์เรน ฮาเยส??)
ก็เลยหยิบกลับมาด้วย ก่อนจะเดินไปเจอหนังสือชื่อ สามี(ผู้)แสนวิเศษ โดย คุณแพนนิตา
ชงโคเปิดอ่านได้ราวๆสองหน้าก็คว้าไปจ่ายเงินเลย
เป็นหนังสือที่อ่านแล้วชุ่มชื่นหัวใจมาก คาดว่าจะเอาไปอ่านตอนงอนคุณท่านขา
เวลาคุณท่านขาไปว่าราชการหลายๆวันไม่กลับเรือน



ไหนจะบ่นทั้งทีขออนุญาตบ่นถึงนิชิคิโดคุงซักน่อย
เดี๋ยวท่านเข้ขาเธอติด sexy ซะเหลือเกิน ชงโคเห็นทีไรมือไม้อ่อน
เรียกหายาดมวันละสามสี่รอบ ไม่อยากให้ท่านเข้ขาโชว์หวิวไปมากกว่านี้แล้ว
เดี๋ยวลมปราณชงโคจะแตกซ่านเอาง่ายๆ
ลองดูตัวอย่างได้จากตรงนี้..

Photobucket

ทันทีที่เห็น ชงโคถึงกับ

Photobucket

แล้วก็เข้าโรงพยาบาลไปในวันนั้นเลย
นี่คือเหตุการณ์ย้อนหลังที่คัดลอกมาจาก bloggang

ในยามเช้า(สาย)ราวๆ 9 โมงกว่า
ขณะที่เมียบ่าวกำลังนอนขึ้นอืดอย่างสบายอารมณ์
ก็ได้ยินเสียงที่อ่อนหวานดังนกลาร์คแว่ว (ราวๆ 80 เดซิเบล)
มาจากนอกห้อง ว่ามีพัสดุมาส่งถึงคุณนาย(คืออิชั้นนั่นเอง)
อิชั้นก็เลยเปิดประตูห้องไปเอาพัสดุมาวางบนเตียง
พลันเหลือบไปเห็นใบเสร็จรับเงินจากศุลกากร
อืม..ทำไมคราวนี้สั่งของแล้วเจอภาษีหว่า..
แต่ก็เอาไว้ค่อยงงต่อละกัน ง่วง
แล้วก็นิทราต่ออย่างสุขใจ ด้วยข้ออ้างว่า
คนเพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องพักผ่อนมากๆ

หลังจากที่พักผ่อนจนสมใจแล้ว อิชั้นนก็โงหัวขึ้นมาจากเตียงราวๆ 11 โมง
มานั่งพิจารณาพัสดุที่ส่งตรงมาจาก Chiba Japan อืม..amazon.co.jp
มันจะเอา invoice มาประกาศหน้ากล่องทำไมว่าของในกล่องนี้ลูกค้ากูสั่งซื้อมา
แปะได้โดดเด่นเป็นสง่ามากดังภาพ
ประหนึ่งกลัวว่าลูกค้าจะเป็นพลเมืองไทยนิสัยไม่ดี ซื้อของไม่เสียภาษี


Photobucket


เหตุนี้เมียบ่าวจึงต้องเสียภาษีแก่กรมศุล
เพิ่มจากค่าหนังสือรวมค่าส่งมหาโหดอีก 107 บาทถ้วน

Photobucket

Photobucket


พอค่อยๆแกะกล่องออกมา ก็พบหนังสือที่เมียบ่าวสั่งไว้เมื่อวานซืน
อุเหม่ส่งไวทันใจจริงๆ amazon นี่ ไม่ผิดหวังเลย
แต่คิดไปคิดมา..ก็ดูมันคิดค่าส่ง

Photobucket

Photobucket

หนังสือเล่มละ 619 เยน ประมาณ 185 บาท
คิดค่าส่งถูกๆ แค่ 2500 เยน 750 บาทเอ๊งงงง
แพงกว่าค่าหนังสือตั้งสามเท่า TAT แต่เมียบ่าวต้องสู้
เพราะเป็นหนังสือที่คุณท่านขาได้โชว์หวิวไว้
ดังที่โวยวายไปในบล็อกหน้าที่แล้ว
แต่เมียบ่าวก็ไม่ได้แกะเอาหนังสือออกมาดูนะ..ยังแสลงใจอยู่



เก็บตก



เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล

ตอนเย็นเมียบ่าวโอดโอยจวนเจียนขาดใจไปพบเจ้าคุณหมอ
เจ้าคุณหมอก็ได้สั่งพี่อู๋ ธรรพณ์ธร มาฉีดยาที่บั้นท้ายเมียบ่าวซะหนึ่งเข็ม
หลังจากอาการทุเลาลงแต่ยังไม่หายขาด เมียบ่าวก็หิวโซ
นอนกินหมูแดดเดียวที่ญาติเอามาเยี่ยมไข้อย่างเอร็ดอร่อย
โดยไม่ทันตั้งตัว เจ้าคุณหมอก็เปิดประตูห้อง
เข้ามาพบเมียบ่าวในสภาพน่าเอน็จอนาถ
มีถาดหมูแดดเดียววางบนพุง
มือซ้ายที่มีสายน้ำเกลือห้อยระโยงระยางจับขวดน้ำโพลาริส
มือขวามีชิ้นหมูแดดเดียวครึ่งชิ้นที่อีกครึ่งชิ้นอยู่ในปาก
ในปากผู้(เคย)ป่วยหนักมียของกลางคาอยู่คือหมูแดดเดียวติดมัน..
ทำเอาเจ้าคุณหมอเซอร์ไพรส์มาก..(แต่อิชั้นอายยยยยยย)



รูปตอนที่เมียบ่าวเข้าไปเปลี่ยนบรรยากาศที่โรงพยาบาล


Photobucket

อย่าแปลกใจไป..นี่คือการมาเยี่ยมไข้ของครอบครัวเมียบ่าวเอง
สตรีที่อยู่บนเตียงนั้นคือเมียบ่าวกำลังจิ้มมือถือส่งเมลหาคุณท่านขา
ขณะนั้นเป็นเวลาดึกหลังจากเจ้าคุณหมอได้เข้ามาเจอเซอร์ไพรส์ไปแล้ว
สังเกตุได้ว่าการป่วยของเมียบ่าวนั้นประหนึ่งการเฉลิมฉลองและการรวมญาติ
ทุกท่านนั้นจับกลุ่มซุบซิบคุยกันอย่างเพลิดเพลิน
ส่วนตัวเมียบ่าวนั้นหรือก็นอนเก็บข้อมูลหูผึ่ง 5555


อันนี้เป็นอาหารว่าง..รู้สึกแปลกกำบคำว่าผูป่วยที่ "ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอาหาร"
เข้าใจความหมายแต่มันมีความหมายแฝงหรือเปล่า(วะ)

Photobucket


อันนี้หลังจากถอดสายน้ำเกลือแล้ว พยาบาลได้ทำให้เมียบ่าวรู้สึกเหมือนว่า
ตัวเองสามารถปล่อยใยแมงมุมคล้ายสไปเดอร์แมนได้ด้วย
จากไอ้แท่งๆที่ติดอยู่บนมือนี้

Photobucket


สุดท้าย อยากเอามาแปะไว้เฉยๆ
ซันจิ แมวน้อย(เหรอ)น่ารักประจำบ้าน
กำลังพยายามจะเช็คเอาท์ออกไปตระเวณราตรี
หลังจากเข้ามาเช็คอินกินอาหารในโรงแรม(บ้าน)แล้ว


Photobucket

และอีกอัน ไปเจอมาที่บิ๊กซีชลบุรี ตอนไปเที่ยวปีใหม่
ขนมยี่ห้อ ปูไทย...


ปูไทย..

Photobucket

สำหรับท่านที่มองไม่เห็น เมียบ่าวขอขยายความดังนี้


"ไม่มีส่วนผสมของเนื้อปู"



ปู ปู ปู ปูไทย ตัวไม่ใหญ่ไม่โต...







Photobucket

ด้วยรักและบึกบึน
จากใจเมียบ่าวแดดเดียว















009 : โรงเบียร์ฮอลแลนด์ แดนหรรษา


หมายเหตุ : ไดอารี่ส่วนนี้ มาจาก blonggang.com



เมียบ่าวมาเปิดสภาตะบันหมากยามเย็นเจ้าค่ะ

เมื่อวานนี้หนอ ระหว่างที่ขับรถกลับบ้าน
เมียบ่าวเกิดกระหายเบียร์สดเย็นๆขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
และมันต้องเป็น ไวเซ่นเบียร์ของโรงเบียร์เท่านั้น
ก็เลยชวนเจ้าคุณพี่ น้องเล็ก และประดาญาติสนิทไปโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง


แต่ขบวนแห่ของเมียบ่าวดันไปถึงหน้าโรงเบียร์ตอนสามทุ่ม
คุณพนักงานเฝ้าประตูโรงเบียร์ก็เลยไม่ให้เข้า
เพราะว่าเมียบ่าวหน้าเด็กเกินไป ดูแล้วอายุไม่ถึง..
(จริงๆแล้วอายุเกิน ห้ามเที่ยวละมั้ง by : คุณท่านขา)
จริงๆเป็นเพราะน้องสาวของเมียบ่าวอายุยังไม่ถึง 20 ดี ยังเป็นสตรีวัยกำดัด
ทั้งๆที่เจ้าคุณพี่ของอิชั้นเนี่ยก็ 30 เข้าไปแล้ว แถมด้วยอิชั้นอีกคนรวมกันครึ่งร้อยเข้าไปแล้ว
นามสกุลก็นามสกุลเดียวกันหมด
มันไม่ได้ต่างจากการพาครอบครัวมานั่งสังสรรค์เลย
แต่ทำไมไม่ให้เข้าล่ะ ทำไมมมมมมมมมม
ก็เลยนั่งคิดกันว่าจะไปไหนกันดี ไหนๆก็ออกมาแล้ว



ในระหว่างประชุม เมียบ่าวเห็นพ่อ แม่ ลูกต่างชาติ น่าจะคนสิงคโปร์ไม่ก็จีน
กำลังจะเข้าไปในโรงเบียร์แต่เข้าไม่ได้เช่นกัน
เด็กน้อยคนนั้นอายุอานามน่าจะสัก 11-12
ใส่เสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ขายาว ซึ่งก็ดูน่ารักดี
แต่ไม่รู้ว่าพอครอบครัวนั้นคล้อยหลังไป พนักงานสาวคนไหนพูดออกมาไม่รู้
"คนแม่นี่แต่งตัวให้ลูกไม่เป็นเลยนะ"

อุปัดติเห้ย..(อุทานในใจ แต่อย่าถามนะว่าหมายความว่าอะไร แปลไม่ออกเหมือนกัน)
มีการวิจารณ์ลูกค้าด้วยเหวย..แบบนี้ครอบครัวเมียบ่าวมิโดนจิกแหลกละหรือยามจากไป



ไม่ว่าใครจะเสนอไอเดียอะไรมาก็ไม่เข้าหูเมียบ่าว จะไปผับไหน บาร์ไหน
เพราะว่าเมียบ่าวอยากเบียร์เย็นๆอ้ะ...ไม่ได้อยากเที่ยว
สรุปได้ว่าเราจะกลับไปแถวพระรามสอง
ไปโรงเบียร์ฮอลแลนด์แทน ซึ่งสารถีนี้คืออิชั้นนี่เอง
อิชั้นก็ขี่เกวียนไฟร์โบลต์ 2008 ที่ขอยืม แฮร์รี่ พอตเตอร์มา
ไปยังที่หมายทันที ทีแรกอิชั้นก็ย่ามใจว่าคงจะไม่ค่อยมีคนด้วยความที่เป็นวันจันทร์
แต่ที่ไหนได้ นอกจากโรงเบียร์ฮอลแลนด์นี้จะใหญ่ปานห้างโลตัสแล้ว
ที่จอดรถยังหนาแน่นชนิดที่ว่าอิชั้นต้องไปหาที่จอดซะไกลสุดกู่
สอบถามพนักงานได้ความว่า วันนี้มีคอนเสิร์ตพี่หนุ่ย อำพล ลำพูน
ทีแรกนี้เมียบ่าวก็เฉยๆ ก็ดีที่บังเอิญ ถือว่าโชคดีไป


Photobucket

พอนั่งไปได้สักพัก คอนเสิร์ตเริ่ม พี่หนุ่ยโผล่ออกมาในเสื้อวอร์มขาว กางเกงดำ
โอ้ว...อิชั้นแทบจะสลัดโจงกระเบนปีนระเบียงกระโดดลงไปบนเวที
หล่อมากกกกก เท่ห์มากกกกก ทั้งที่พี่หนุ่ยนี้อายุเยอะแล้วแต่ยังเท่ห์สุดปลายม้าม
ดังภาพข่าวรายงาน

Photobucket

Photobucket

Photobucket


Photobucket

ทำเอาเมียบ่าวระลึกชาติว่าครั้งนึงสมัยอายุ 11 เคยไปดูคอนเสิร์ตพี่หนุ่ย
เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกที่ไปดูเองเลย
อืม..จริงๆแล้วก็ผ่านมาไม่นานเท่าไหร่นะ แค่ 7-8 ปีเอง (เหรอ)
เพลงที่เคยชอบ ยังไงก็ยังคงชอบอยู่ไม่เปลี่ยน ไม่ว่าจะแผลในใจ
ตอนอินโทรเพลงขึ้น เมียบ่าวอ่อนระทวยมาก
ตามด้วยเพลงใจโทรมๆ อะฮิ้งงงง ละลายไปเลยยยย
ในขณะที่พี่หนุ่ยกำลังร้องเพลง มีอีตาลุงที่ไหนไม่รู้
เดินเมาขึ้นมาบนเวที(เมาขนาดนั้นยังมีแรงขึ้นมานี่เก่งแฮะ) จะเข้าไปหาพี่หนุ่ย
บรรดาการ์ดได้เข้ามาชาร์จและอีตาลุงเมาก็หายเข้าหลังเวทีไปในพริบตา
(รอฟังเสียงการประชาทัณฑ์ แต่ไม่ได้ยินแฮะ)


พี่หนุ่ยก็ยังคงร้องเพลงต่อไป เมียบ่าวก็แหกปากร้องตาม
แล้วก็ยังนึกๆว่า จะร้องมั้ยนะ เพลงที่เมียบ่าวชอบ MV
และท่าเต้นจนเอาไปล้อเลียนสมัยมัธยม
พอ "เสียมั้ย" ขึ้นมาปุ๊บ  Photobucket
เมียบ่าวกรี๊ดจนกายทิพย์ออกจากร่างไปสามวินาที
ผู้ชายอะไรอายุ 44-45 แล้วยังได้ขนาดนี้
คุณท่านขายามเฒ่าชะแรแก่ชราต้องเท่ห์ได้เยี่ยงนี้แน่ๆ(หลงแฟนตัวเอง)
พอคอนเสิร์ตจบ เมียบ่าวสงสัยว่าทำไม..พี่หนุ่ยไม่ร้องเพลง ไว้ใจ อะ..แปลกจัง


หลังจากพี่หนุ่ยเดินเข้าหลังเวทีไป
ดีเจในโรงเบียร์ก็เปิด SLOW MOTION ของโจอี้บอย
ให้เมียบ่าวกรี๊ดน้ำหมากกระเด็นอีกรอบ
มันช่างเป็นเพลงประจำชาติของครอบครัวอิชั้นเสียจริงๆ
ไปคาราโอเกะทุกทีก็ร้องเพลงนี้ มาถึงนี่ก็ยังเจอเพลงนี้
สักพัก นักร้องก็ออกมาร้องเพลงบนเวที จำไม่ได้ว่าร้องเพลงอะไรเพลงแรก
ตามด้วยเพลง แมลง ของทาทาวัยใส อิชั้นก็ยังเคาะโต๊ะพอหนุกหนาน
อยู่ดีๆนักร้องอีกคนก็ร้อง YMCA เท่านั้นละเจ้าค่า ผ้าถ่งผ้าแถบกระจาย
เมียบ่าวดิ้นเหมือนเจอข้าวสารเสก
ต่อด้วย Let's get loud  จากดิ้นเริ่มเป็นชัก Photobucket
มิหนำใจยังต่อด้วยเพลงสุรชัยสามช่า  และแล้ว
โต๊ะของอิชั้นก็ได้กลายสภาพเป็นโชว์พิสดารไปจนได้


หลังจากเริ่มรู้ตัวว่าสังขารร่วงโรย สะโพกเริ่มคราก เราก็เห็นพ้องกันว่า กลับบ้านเฮาเตอะ
แต่ก่อนกลับขอเข้าห้องน้ำกันก่อน
พอเข้าห้องน้ำเสร็จ นักร้องร้องเพลง มนุษย์ค้างคาว ของพี่โต้ ชิริก
ครอบครัวเมียบ่าว ประกอบด้วย น้องสาว ลูกพี่ลูกน้องอีกสองคน
ก็เหาะจากห้องน้ำไปดิ้นกันต่อตรงระเบียงเดิม
ก่อนจะกลับบ้านด้วยความอ่อนแรงตอนตีสองและหลับไปตอนตีสี่
เนื่องจากต้องรายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชานามคุณท่านขา Photobucket



เรื่องเล่าจากโรงเบียร์ของเมียบ่าวก็มีเท่านี้แล




ปล.เนื่องจากมีคำเรียกร้องอยากเห็นว่าที่สามีเมียบ่าวโชว์หวิว
จึงได้จัดให้ดังนี้ มากกว่านี้ไม่ไหว
เดี๋ยวคุณท่านขาจะเอาเชี่ยนหมากฟาดกบาลเมียบ่าวแยกได้ด้วยความเขิน


Photobucket


อะหวั่นจายชำรุดดดด มนุษย์ค้างคาววววววว Photobucket


ด้วยรักและเงะงึ
จากใจเมียบ่าวร่าเริง Photobucket







shongko

SQL: SELECT count(*) FROM global.sessions WHERE id='mvqtmtk83l9luqmp4judfjgee1'
mysql error : MySQL server has gone away
SQL: INSERT INTO global.sessions SET id='mvqtmtk83l9luqmp4judfjgee1', uri='shongko.storythai.com/200801/', ip='38.103.63.59', data='USER|N;counter|a:1:i:6914;b:1;'
mysql error : MySQL server has gone away
can't write session