010 : บ่น
ด้วยความหรรษาที่คันจานิแลนด์ได้กลับมาอีกครั้ง
ชงโคจึงอยากกลับมาปัดฝุ่นเรือนวังบาดาลของชงโคบ้าง
ณ ยามนี้ NEWS ก็ได้ลิขสิทธิ์ในไทยแล้วเรียบร้อย
ชงโคนั่งๆนอนๆโอดโอยเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่จนวันที่ 23
ก็ออกไปที่ห้างสุดหรูใกล้วังบาดาล เดอะมอลล์บางแค
สาเหตุเพราะต้องออกไปเอาของให้พี่สาวอยู่แล้ว
พอไปถึงก็แวะร้านซีดีมันทุกร้าน เป็นการอธิบายที่ลำบากมาก
" มีอัลบั้ม Pacific กับ ซิงเกิ้ล weeeek ของวง NEWS มั้ยคะ?
วงญี่ปุ่นสังกัดแกรมมี่น่ะค่ะ"
พูดจนท่องได้ ถามหาหมดทุกร้าน ไม่มีสักร้าน เจอแต่บ่าววี ขอนไม้กับเรือ
(ฟังกู๋ร้องคาราโอเกะจนจะร้องได้อยู่แล้ว)
จะหยิบมาแทนกันก็คงไม่เข้าที เลยกลับบ้านมาด้วยอารมณ์ค้างคาใจ
พอกลับมาถึงบ้าน นั่งคิดนอนคิดอยู่จนทุ่มกว่าๆก็เลยลองโทรไปที่ B2S เซ็นทรัลปิ่นเกล้า
" มีอัลบั้ม Pacific กับ ซิงเกิ้ล weeeek ของวง NEWS มั้ยคะ?
วงญี่ปุ่นสังกัดแกรมมี่น่ะค่ะ"
โทรไปรอบแรกพนักงานให้รอสักครู่ คิดว่าสักครู่ของพนักงานกับเราคงไม่เท่ากัน
ของพนักงานเขาคงเป็นครู่ที่สามารถไปกลับกรุงเทพ-เชียงใหม่ได้
เราก็เลยวางไปแล้วโทรไปอีกครั้ง ก่อนจะท่องสคริปต์เดิม
" มีอัลบั้ม Pacific กับ ซิงเกิ้ล weeeek ของวง NEWS มั้ยคะ?
วงญี่ปุ่นสังกัดแกรมมี่น่ะค่ะ"
คราวนี้รอครู่เดียวสมใจ พนักงานบอกว่า มีอย่างละ 29 แผ่น
ชงโคก็คว้ากุญแจรถกระโดดเกาะพวงมาลัยขับไปเซ็นทรัลทันที
พอไปถึงบีทูเอส อะหื้อ..การได้เห็นหน้านิชิคิโดคุงอยู่บนแผงซีดีมันชวนชื่นใจ

(คนละอารมณ์กับตอนไปเจอซิงเกิ้ล Secret Agent Man
ที่ Tower Record Shibuya จริงๆนะ)
คว้าหมับอย่างละสองแผ่นเหมือนคนโรคจิต แล้วก็วางไปแผ่นนึงแล้วก็หยิบมาอีกแผ่นนึง
หยิบๆวางๆจนรู้สึกว่ากูบ้าหรือเปล่า เลยเดินถอยห่าง
(อย่าผวน..เพราะเดินถ่างอย่างนั้นไม่เป็นหญิงไทยใจงาม)

ออกมาจนถึงชั้นที่วางซีดีศิลปินญี่ปุ่น ก็เจอ NEWS แต่สายตาไปสะดุดอยู่ที่ Destiny Line By Leah Dizon

โชคดีนักแลที่ลีอาจังและนิวส์ถูกคั่นกลางโดย WAT (รักเทปเปและเอจิจัง)
ไม่งั้นอกแม่ชงโคก็คงโผบินเข้าถิ่นเข้กันคราวนั้น
นึกในใจอยู่ว่าจะซื้ออย่างละสองแผ่นดีหรือไม่ เพราะยังไงก็เป็นงานแรกในไทยเชียวนา..
ปรากฏว่าหันไปเจออัลบั้มล่าสุดของ Darren Hayes
(ทำไมนามสกุลเขาไม่อ่านว่า ฮาเยส นาย ดาร์เรน ฮาเยส??)
ก็เลยหยิบกลับมาด้วย ก่อนจะเดินไปเจอหนังสือชื่อ สามี(ผู้)แสนวิเศษ โดย คุณแพนนิตา
ชงโคเปิดอ่านได้ราวๆสองหน้าก็คว้าไปจ่ายเงินเลย
เป็นหนังสือที่อ่านแล้วชุ่มชื่นหัวใจมาก คาดว่าจะเอาไปอ่านตอนงอนคุณท่านขา
เวลาคุณท่านขาไปว่าราชการหลายๆวันไม่กลับเรือน
ไหนจะบ่นทั้งทีขออนุญาตบ่นถึงนิชิคิโดคุงซักน่อย
เดี๋ยวท่านเข้ขาเธอติด sexy ซะเหลือเกิน ชงโคเห็นทีไรมือไม้อ่อน
เรียกหายาดมวันละสามสี่รอบ ไม่อยากให้ท่านเข้ขาโชว์หวิวไปมากกว่านี้แล้ว
เดี๋ยวลมปราณชงโคจะแตกซ่านเอาง่ายๆ
ลองดูตัวอย่างได้จากตรงนี้..

ทันทีที่เห็น ชงโคถึงกับ

แล้วก็เข้าโรงพยาบาลไปในวันนั้นเลย
นี่คือเหตุการณ์ย้อนหลังที่คัดลอกมาจาก bloggang
ในยามเช้า(สาย)ราวๆ 9 โมงกว่า
ขณะที่เมียบ่าวกำลังนอนขึ้นอืดอย่างสบายอารมณ์
ก็ได้ยินเสียงที่อ่อนหวานดังนกลาร์คแว่ว (ราวๆ 80 เดซิเบล)
มาจากนอกห้อง ว่ามีพัสดุมาส่งถึงคุณนาย(คืออิชั้นนั่นเอง)
อิชั้นก็เลยเปิดประตูห้องไปเอาพัสดุมาวางบนเตียง
พลันเหลือบไปเห็นใบเสร็จรับเงินจากศุลกากร
อืม..ทำไมคราวนี้สั่งของแล้วเจอภาษีหว่า..
แต่ก็เอาไว้ค่อยงงต่อละกัน ง่วง
แล้วก็นิทราต่ออย่างสุขใจ ด้วยข้ออ้างว่า
คนเพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องพักผ่อนมากๆ
หลังจากที่พักผ่อนจนสมใจแล้ว อิชั้นนก็โงหัวขึ้นมาจากเตียงราวๆ 11 โมง
มานั่งพิจารณาพัสดุที่ส่งตรงมาจาก Chiba Japan อืม..amazon.co.jp
มันจะเอา invoice มาประกาศหน้ากล่องทำไมว่าของในกล่องนี้ลูกค้ากูสั่งซื้อมา
แปะได้โดดเด่นเป็นสง่ามากดังภาพ
ประหนึ่งกลัวว่าลูกค้าจะเป็นพลเมืองไทยนิสัยไม่ดี ซื้อของไม่เสียภาษี

เหตุนี้เมียบ่าวจึงต้องเสียภาษีแก่กรมศุล
เพิ่มจากค่าหนังสือรวมค่าส่งมหาโหดอีก 107 บาทถ้วน


พอค่อยๆแกะกล่องออกมา ก็พบหนังสือที่เมียบ่าวสั่งไว้เมื่อวานซืน
อุเหม่ส่งไวทันใจจริงๆ amazon นี่ ไม่ผิดหวังเลย
แต่คิดไปคิดมา..ก็ดูมันคิดค่าส่ง


หนังสือเล่มละ 619 เยน ประมาณ 185 บาท
คิดค่าส่งถูกๆ แค่ 2500 เยน 750 บาทเอ๊งงงง
แพงกว่าค่าหนังสือตั้งสามเท่า TAT แต่เมียบ่าวต้องสู้
เพราะเป็นหนังสือที่คุณท่านขาได้โชว์หวิวไว้
ดังที่โวยวายไปในบล็อกหน้าที่แล้ว
แต่เมียบ่าวก็ไม่ได้แกะเอาหนังสือออกมาดูนะ..ยังแสลงใจอยู่
เก็บตก
เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล
ตอนเย็นเมียบ่าวโอดโอยจวนเจียนขาดใจไปพบเจ้าคุณหมอ
เจ้าคุณหมอก็ได้สั่งพี่อู๋ ธรรพณ์ธร มาฉีดยาที่บั้นท้ายเมียบ่าวซะหนึ่งเข็ม
หลังจากอาการทุเลาลงแต่ยังไม่หายขาด เมียบ่าวก็หิวโซ
นอนกินหมูแดดเดียวที่ญาติเอามาเยี่ยมไข้อย่างเอร็ดอร่อย
โดยไม่ทันตั้งตัว เจ้าคุณหมอก็เปิดประตูห้อง
เข้ามาพบเมียบ่าวในสภาพน่าเอน็จอนาถ
มีถาดหมูแดดเดียววางบนพุง
มือซ้ายที่มีสายน้ำเกลือห้อยระโยงระยางจับขวดน้ำโพลาริส
มือขวามีชิ้นหมูแดดเดียวครึ่งชิ้นที่อีกครึ่งชิ้นอยู่ในปาก
ในปากผู้(เคย)ป่วยหนักมียของกลางคาอยู่คือหมูแดดเดียวติดมัน..
ทำเอาเจ้าคุณหมอเซอร์ไพรส์มาก..(แต่อิชั้นอายยยยยยย)
รูปตอนที่เมียบ่าวเข้าไปเปลี่ยนบรรยากาศที่โรงพยาบาล

อย่าแปลกใจไป..นี่คือการมาเยี่ยมไข้ของครอบครัวเมียบ่าวเอง
สตรีที่อยู่บนเตียงนั้นคือเมียบ่าวกำลังจิ้มมือถือส่งเมลหาคุณท่านขา
ขณะนั้นเป็นเวลาดึกหลังจากเจ้าคุณหมอได้เข้ามาเจอเซอร์ไพรส์ไปแล้ว
สังเกตุได้ว่าการป่วยของเมียบ่าวนั้นประหนึ่งการเฉลิมฉลองและการรวมญาติ
ทุกท่านนั้นจับกลุ่มซุบซิบคุยกันอย่างเพลิดเพลิน
ส่วนตัวเมียบ่าวนั้นหรือก็นอนเก็บข้อมูลหูผึ่ง 5555
อันนี้เป็นอาหารว่าง..รู้สึกแปลกกำบคำว่าผูป่วยที่ "ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอาหาร"
เข้าใจความหมายแต่มันมีความหมายแฝงหรือเปล่า(วะ)

อันนี้หลังจากถอดสายน้ำเกลือแล้ว พยาบาลได้ทำให้เมียบ่าวรู้สึกเหมือนว่า
ตัวเองสามารถปล่อยใยแมงมุมคล้ายสไปเดอร์แมนได้ด้วย
จากไอ้แท่งๆที่ติดอยู่บนมือนี้

สุดท้าย อยากเอามาแปะไว้เฉยๆ
ซันจิ แมวน้อย(เหรอ)น่ารักประจำบ้าน
กำลังพยายามจะเช็คเอาท์ออกไปตระเวณราตรี
หลังจากเข้ามาเช็คอินกินอาหารในโรงแรม(บ้าน)แล้ว

และอีกอัน ไปเจอมาที่บิ๊กซีชลบุรี ตอนไปเที่ยวปีใหม่
ขนมยี่ห้อ ปูไทย...
ปูไทย..

สำหรับท่านที่มองไม่เห็น เมียบ่าวขอขยายความดังนี้
"ไม่มีส่วนผสมของเนื้อปู"
ปู ปู ปู ปูไทย ตัวไม่ใหญ่ไม่โต...

ด้วยรักและบึกบึน
จากใจเมียบ่าวแดดเดียว











