007 : The Spy Who Loved Me
ได้ฤกษ์โงหัวออกมาจากประตูถ้ำหน้าวังบาดาลซะที
วันี้ไดอารี่จะยาว ยาวและยาวมาก
ออกมาแล้วก็ต้องรับของขวัญของหยก
หยกTagไว้หลายชาติมาแล้วยังไม่มีเวลามาตอบเลย
ด้วยความงงงวยก็จะขอทำแค่ครึ่งเดียวเพราะป่านนี้จะเหลือใครที่ไหนให้Tag T-T
จำได้เลาๆว่าเมสเสจมาตอนเรากำลังฝันถึงท่านเข้ขาพาเพลิน
ยังนึกว่าหยกมาวางระเบิดที่ไดหรือเปล่า
ความลับ 5 ข้อที่ไม่ค่อยมีใครรู้ของชงโค
1.แพ้คำขอโทษ
เป็นจุดอ่อนที่ทำร้ายข้าพเจ้ามาหลายทีแล้ว
ไม่ว่าจะทำร้ายจิตใจกันแค่ไหน จะโกรธยังไง
ลองถ้าได้ยินว่าขอโทษ จิตใจก็จะยวบยาบทันที
อย่างน้อยเค้าก็ขอโทษแล้ว..ก็น่าจะรู้ตัวว่าเค้าผิดแล้วใช่มั้ยล่ะ?
นี่แหละถึงทำให้ไม่ค่อยมีใครแคร์ชงโคเวลาโกรธมากนัก
เพราะโกรธไปอีกเดี๋ยวก็หาย
2.ไม่ชอบคุยโทรศัพท์
เห็นเป็นคนพูดๆๆๆไม่หยุดแบบนี้ แต่ไม่ค่อยได้คุยโทรศัพท์กับใคร
ไม่ใช่ว่าไม่ชอบคนที่โทรมา แต่เพราะงานที่จุกจิกและมีมาตลอดแบบว่า
5 นาทีก็ต้อง แป๊บนึงนะ อีก 10 นาทีก็ แป๊บนึงนะเรื่อยๆแบบนี้
คนที่คุยอยู่เค้าจะรำคาญเอาได้
แต่บางคนก็สามารถเงียบรอเราทำธุระได้ทั้งๆที่ไม่ต้องพูดขอโทษขอโพยมาก
3.ยังคงขับและจอดรถแบบประสาทๆ
ขับรถมาก็นานแล้วแต่ไม่รู้ทำไม ยังกะระยะรถตัวเองไม่ถูกซักที
เพราะแม่ย้ำตลอดว่า ฮอนด้าแอคคอร์ดมันคันเบ้อเร่อ
ไอ้คำว่าเบ้อเร่อนี่มันเท่าไหร่ล่ะ?????
ดังนั้นเวลาจอดรถ ชงโคก็จะเหลือที่รอบข้างไว้ให้พ่อเตะบอลได้เสมอไป
ชงโคไม่ชอบขับรถในที่ๆคนเยอะๆจอดรถยากๆ
เช่นในห้างเย็นวันศุกร์และวันเสาร์อาทิตย์
หรือตรอกข้าวสารคืนวันหยุด
เพราะเวลาเข้าตาจนแบบว่าถอยรถไม่ได้แล้วต้องใช้เวลา
การมีคนมาจ่อตูดรอเรานี่มันชวนหลอกหลอนให้ล่ก
ก็เลยตัดปัญหาด้วยการไม่ค่อยออกไปไหนวันหยุด
แถมวันก่อนโน้นไปกินข้าวที่ swisshotel
ยังเอาล้อหน้าไปทักทายเนินกั้นท้ายรถซะอีก
(มันมืด)
4.การไม่ค่อยได้ออน msn
เพราะงานที่จุกจิก เดี๋ยว 10 นาทีมาที 15 นาทีมาทีนึง
แถมป๊ายังคอยมาเช็คเว็บบอร์ดอยู่เรื่อยๆ
จึงเป็นเหตุให้หงุดหงิดกับการ
รอแปะนึงนะ ป๊ามาดูเว็บ
รอเดี๋ยวนะ ทำงานก่อน
รอก่อนนะ
บางทีก็กำลังคุยเพลินๆ สนุกๆต้องมาขอตัวแบบนี้บ่อยๆ มันก็เลยเซ็ง
แบบพอกลับมาอีกที ออฟไลน์กันไปแล้ว เป็นอารมณ์ที่ต่อไม่ติดแล้ว
เลยไม่ได้ออนเท่าไหร่ จะมีอีกเมลนึงที่มีแค่สี่ห้าคนในลิสต์
คือคนที่เงียบหายไปเลยได้ไม่ต้องขอตัว
เพราะไม่มีมารยาทจะให้รักษาซึ่งกันและกันแล้ว 5555
ยังตั้งใจว่าจะ จะ จะ มาออนซะทีแต่ก็ไม่รู้จะยังมีใครให้คุยอีกหรือเปล่า
หรืออย่างน้อยจะยังต่อกับใครติดอยู่บ้าง
5.เอเยนต์จับเด็กหนุ่มที่โอซาก้า
ตอนไปญี่ปุ่น ชงโคไปโอซาก้าอาทิตย์นึงช่วงใกล้ๆวันเกิดคุณเขา
วันนั้นไปไคยุคัง(อควอเรี่ยม) ในขณะที่กำลังเดินๆอยู่รอบๆ
ก็ไปพบฝูงเด็กหนุ่มม.ต้น(เดาเอาจากยูนิฟอร์ม)
พอเห็นปุ๊บชงโคก็ตาลุกวาว เรดาร์เริ่มทำงานทันที
หลังจากส่องไปส่องมาไม่พบคนที่เข้าตา
เจอแต่เด็กคนนึงที่หน้าตาเข้าสเปคเมย์
ทั้งๆยังไม่รู้จะพูดอะไร ด้วยความหนา(ของหน้า)ก็เดินดุ่มๆไปหาน้องเค้า
พอน้องเค้ารู้ว่าอีเจ๊คนนี้จะมาชวนถ่ายรูป หน้าก็แดงอย่างเห็นได้ชัด
โอ..เด็กหนุ่มที่น่าชิม 5555 ถ่ายรูปเสร็จก็ยืนเล็งแล้วก็คุยกันอยู่ระยะนึง
พอกลับโรงแรมมาดูรูปในกล้อง
ปรากฏว่าเมย์ได้ถ่ายรูปตอนชงโคเข้าไปทำสนธิสัญญา
ช่างดูเหมือนเจ๊จับเด็ก เอเยนต์ค้าเด็กหนุ่มแท้ๆเชียว
ปล.น้องเค้าไม่รู้หรอกว่าชงโคอายุเท่าไหร่แล้ว 555555
![]()
มาพูดถึงเรื่องอื่นๆ
เรื่องที่จะเล่ามันก็ไม่พ้นเรื่องคุณคนเดิมอีกนั่นแหละ
วันก่อนรู้ว่าฮันนี่ต้องไปทำงานกับนางแบบสาวงามคนนึง
เธอสวยมากแล้วก็เป็นคนที่ฮันนี่ปลื้มซะขนาด
พอเรารู้ เราก็ร้องไห้โฮเลย โฮแบบว่า ฮือๆๆๆฮือๆๆแงงงงงงงง
ปกติเวลาเราเฮิร์ทเราจะร้องแบบเงียบๆไม่ค่อยพูดอะไร
แต่ไม่รู้ทำไมเรื่องนี้ถึงได้แหกปากแบบนี้
ไม่รู้นะว่าจะร้องทำไมเพราะเรารู้ว่าฮันนี่ไม่นอกใจเราไปกะเจ๊นี่แน่ๆ
ไม่รู้ว่าทำไมมั่นใจ แต่ก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ
เราไม่ได้หึง..เราว่าเราหวงมากกว่า
ก็ไม่รู้จะทำยังไงเลยเปลี่ยนชื่อเอ็มไปเป็นตัวเลขวันที่ที่ฮันนี่ไปทำงานกับหล่อน
พร้อมดอกไม้คอหักอีก 5 ดอก
**Feb2007![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดยไม่รู้ว่าฮันนี่จะโผล่มาในนาทีนั้นเอง
เราเลยเปลี่ยนชื่อไม่ทัน
พอฮันนี่มาถึง ก็ก้าวขึ้นสังเวียนทันที
ฮันนี่ : วันนี้เป็นไงบ้าง คิดถึงจัง
เรา : จ้ะ
ฮันนี่ : เธอไม่โอเคนี่
เรา : หือ?
ฮันนี่ : ชื่อเอ็มน่ะ
เรา : อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก
ฮันนี่ : บอกมา![]()
เรา : ไม่มีอะไร
ฮันนี่ : ชั้นทำอะไรผิดหรือเปล่า?
เรา : เปล่า
ฮันนี่ : บอกมาเดี๋ยวนี้นะ
เรา : ไม่อยากพูดถึงนี่ ช่างมันเถอะ
ฮันนี่ : ชั้นเป็นแฟนเธอหรือเปล่า? ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ต้องบอกก็ได้ว่าเป็นอะไร
เรา : ![]()
ฮันนี่ : ไม่บอกก็ตามใจ
แล้วก็เงียบไปเลยจนเราดิ้นพราดซะเอง
เรา : ก็หึงอ้ะ ![]()
ฮันนี่ : หึงใคร?
เรา : คนนี้ --> (เราเอารูปหล่อนคนนั้นมาเป็นอีโม)
ฮันนี่หายไปแป๊บนึงแล้วกลับมา
ฮันนี่ : ![]()
เรา : ขำอะไร !!![]()
ฮันนี่ : จะบ้าเหรอ?
เรา : เฮ้ย ฮันนี่ไม่เข้าใจเหรอ เค้าสวยจะตายแล้วฮันนี่ก็ชอบเค้าด้วย
ฮันนี่ : แล้วยังไงต่อ?
เรา : เค้าอยู่ใกล้ฮันนี่มากกว่าอะ ![]()
ฮันนี่ : เข้าใจรึยังว่าตอนไอ้คนนั้นมันอยู่ใกล้เธอ ฉันรู้สึกยังไง
เรา : ไม่เหมือนกันซักหน่อย !!! เค้าไม่ได้เป็นนายแบบนะ
ฮันนี่ : เหมือน
เรา : ไม่เหมือนเว้ย!![]()
ฮันนี่ : แฟนชั้นน่ะเธอ ไม่ใช่เค้า
แล้วฮันนี่ก็ไปคุยกะเมย์
เมย์ : แฟนเธอนี่ร้องไห้นานมากเลยนะ
ฮันนี่ :
ร้องไห้?
เมย์ : อือ แหกปากคร่ำครวญ
ฮันนี่ : ไหนบอกไม่ใช่คนขี้หึงไง
เมย์ : แหมมันก็ต้องมีมั่งแหละ
ฮันนี่ :
เหมือนเด็กเลยเนอะ
![]()
ไม่เห็นจะต้องขำตรงไหนเลย ก็มันหวงนี่หว่า
วาเลนไทน์ที่ผ่านมาฮันนี่มีงานเยอะก็เลยมาเจอไม่ได้
เราก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่มันก็ไม่ได้ความว่าเราจะไม่เหงาหนิ
แต่เราก็เข้าใจแหละ งานแบบนี้มันก็ต้องเป็นแบบนี้
เราเลือกของเราแล้วใช่มั้ยล่ะ
อยู่ดีๆเมย์ก็บอกให้เช็คเมลอีกเมลที่เราไม่ค่อยเช็ค
เราก็งงๆ ก็เลยลองเช็คดู ปรากฏว่าเจอเมลของฮันนี่
บอกว่า
วันนี้สบายดีแต่คิดว่าเธอคงไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ใช่มั้ย
ขอโทษจริงๆนะ งานเยอะมากตอนนี้ก็ยังทำงานอยู่เลย
อย่างอนเลยนะ นะ [for me] นะ อย่างอนเลย
นี่..ชั้นสัญญานะ อนาคตของเรา จะอยู่ด้วยกัน
![]()
เราตกใจมาก มาก มาก มากจนพูดไม่ออก
เพราะ
1. ฮันนี่เป็นคนไม่สัญญา คือกลัวความไม่แน่นอน
กลัวว่าถ้าสัญญาแล้วไม่เป็นไปตามนั้นเราจะเสียใจทั้งคู่
เราจึงไม่เคยได้รับคำสัญญาใดๆเลยจากฮันนี่
2. เวลาคุยเรื่องอนาคต ฮันนี่จะหัวเราะ แต่ไม่ค่อยตอบ
ไม่ค่อยพูดอะไร เพราะกลัวว่าถ้าอนาคตไม่เป็นไปตามที่หวัง
เราจะเสียใจทั้งคู่อีกเช่นกัน
พออ่านจบเราก็รู้สึกว่า ทำไมผู้ชายคนนี้น่ารักจังเนอะ (หลงแฟนตัวเอง555)
![]()
มันคงฟังดูตลกสำหรับหลายๆคน
เรารู้ว่ามันต้องมีคนถามล่ะ
ว่าแค่คำพูดทำไมดีใจนัก ในเมื่อการกระทำมันบ่งชี้ชัดไม่ได้
ด้วยอยู่กันคนละแห่งหนกัน
คุณแน่ใจหรือเปล่าว่ามันคือความรัก?
เขาหลอกคุณอยู่หรือเปล่า?
เราก็เคยถูกถามแบบนี้
ในความคิดของเรา..โลกไซเบอร์เนี่ยมันเป็นที่แห่งเดียว
ที่เราสามารถจะเรียนรู้ใครสักคนด้วยคำพูด ด้วยความคิดล้วนๆ
คุณไม่รู้หรอกว่า คนที่คุณคุยอยุ่หน้าตาเขาจะตรงกับรูปที่เห็นหรือไม่
(ละเว้นกรณีเว็บแคมน่ะนะ)
แต่คุณอ่านเค้าได้จากข้อความของเค้า จากตัวหนังสือของเค้า
เรากับฮันนี่บ่มการเรียนรู้ซึ่งกันและกันมาราวๆสองปี
ตัวหนังสือของฮันนี่จะตรงไปตรงมา สั้น และห้วน
หลายครั้งแสดงความคิดเห็นโดยไม่แคร์ใครด้วยซ้ำ
หรือไม่ บางครั้ง..ก็พูดอะไรออกมาโดยไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่คุย
ส่วนเราเองมักจะซ่อนความรู้สึกหม่นหมอง
และน้อยใจใต้คำพูดว่า "ไม่เป็นไร" เสมอๆ
เราจึงชินกับการสังเกตกันและกันมากเกินปกติ
เพราะตัวอักษรมันแสดงความรู้สึกไม่ได้เท่าใบหน้า
คุณอาจจะพิมพ์ลงไปว่า "สบายดี" ทั้งๆหัวใจคุณกำลังร้องไห้อยู่ก็ได้
เราจะรู้จากคำพูดของฮันนี่ ถ้าเค้าเคืองใจหรือน้อยใจอะไรอยู่
มันจะห้วนและสั้น แต่เจ็บปวดเสมอ
สำหรับเรา เราไม่รู้หรอกว่านิสัยการคุยของเราเป็นยังไง
แต่ครั้งไหนที่คุยกันแล้วเราใช้อีโมติคอนเบสิคของ msn ไปเช่น ![]()
ฮันนี่จะถามกลับมาทุกครั้ง..เธอเป็นอะไรไป
โดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน เราพบว่าตัวเองเวลาเจ็บปวด หรืออารมณ์ไม่คงที่
เราไม่สามารถโกหกตัวเองโดยการใช้อีโมติคอนประสาทๆตลกๆแบบปกติได้
hai~~~
hai
i know~
i know
it's alright.
it's alright
.
คุณเดาออกไหม เรารู้สึกยังไงตอนพิมพ์
เขารู้
ฮันนี่รู้ว่าเราไม่สามารถฝืนตัวเองให้พิมพ์แม้กระทั่งตัวหนอน
เพื่อโกหกว่ากำลังสบายดีได้
หลายคนถามว่า ทำไมเขาถึงมาหาเราไม่ได้
แน่ใจได้ยังไงว่าไม่นอกใจ
งานอะไรทำไมยุ่งขนาดนั้น
เหตุผลบางอย่างก็เหมาะจะรู้กันเพียงสองคน..
หากถูกเซ้าซี้ถามหนักเข้า เราจึงตอบได้แค่ว่า
การที่เรารู้ว่าเขาไม่นอกใจ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ฮันนี่ทำแบบนั้น
โดยไม่ต้องสืบอะไรมากนัก
มันจะมาเข้าหูเราเองจนได้ไม่จากเพื่อนฮันนี่ก็จากทางใดทางหนึ่งรอบตัวเรา
การที่เขามาหาเราไม่ได้ เพราะเขาทำงาน
พนักงานบริษัทไม่ได้เหมือนกันทุกคนไม่ใช่หรือ?
บริษัททุกบริษัท การทำงานก็ไม่ได้เหมือนกัน
จะเป็นไรถ้าคนของเราทำงานอยู่ในบริษัทที่เข้มงวดและงานหนักเป็นพิเศษ?
ก็เพราะงานของเขากับตัวตนของเรามันถึงทำให้เรารักกันในโลกไซเบอร์นี้ได้
ไม่ต้องโดดงานมาหาเราก็ได้ เวลาพักก็เจอกันถ้าจะออนไลน์
วันพิเศษต่างๆ ไม่ต้องกังวลว่าทำงานเสร็จจะดึกเกินไปที่ภัตตาคารจะปิด
เพราะเราก็ยังอยู่ด้วยกันได้
เราเคยรักใครบางคนที่สามารถอยู่กับเราได้ตลอดเวลา
เราพูดภาษาเดียวกัน เรามีรากฐานทางสังคมที่คล้ายๆกัน
เราไปกินข้าวด้วยกันในวันพิเศษ เราไปเดินเล่นในห้าง
ไปดูหนังฟังเพลง เรานั่งมองตากัน
บางทีที่ต้องไกลกัน เราสัญญาว่าจะคิดถึงกันเหมือนตอนเราอยู่ด้วยกัน
ใครหลายคนนั้นให้เราได้ทุกอย่าง
ยกเว้นความซื่อสัตย์
เจ็บปวดกว่าหรือไม่ กับการใช้เวลาอยู่ด้วยกันโดยไม่รู้เลยว่า
เขาหลอกเราตอนไหน?เมื่อไหร่?
เขามองตาเราในใจเขาคิดถึงใคร
เขาจับมือเราด้วยมือที่เคยกอดใคร?
ความไกลทำไมถึงทำให้เขาเปลี่ยนใจไปได้?
การพบเจอการอยู่ใกล้ไม่ได้ทำให้ความรักแข็งแรงขึ้นแม้แต่น้อย
ถ้าคนเรามันจะไม่จริงใจให้กัน จริงไหม?
เราอยู่ไกลจากฮันนี่มาแต่แรกอยู่แล้ว
ไม่รู้ทำไมถึงรักกันได้ทั้งๆที่ภาษาของเราทั้งคู่มันต่างกัน
ภาษาสื่อกลางก็ไม่ใช่จะเก่งกาจอะไร
หลายครั้งเข้าใจผิดกันใหญ่โตเพราะภาษากลางด้วยซ้ำ
แต่เราเชื่อว่าการที่อยู่ด้วยกันแบบนี้มันคือการพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี
อุปสรรคด้านภาษา ด้านสถานที่ ด้านการงาน ด้านอื่นๆมากมายที่รุมล้อม
จะเป็นสิ่งที่หลอมรากฐานของเราให้มั่นคงขึ้น เราเชื่ออย่างนั้น
นั่นคือสาเหตุที่ทำไมเรารักฮันนี่อย่างเหลือเกิน
ฮันนี่ปากร้าย เอาแต่ใจ ขี้แกล้ง แต่ขี้อายอย่างไม่น่าเชื่อ
ใครจะรู้ว่า
การที่เราแค่พูดถึงเครื่องสำอางค์ยี่ห้อโปรดครั้งเดียว
ซึ่งเป็นยี่ห้อที่เค้าไม่รู้จักมาก่อนเลย
มันไม่ใช่ลังโคม ดิออร์ ชาแนล คาเนโบ้ที่ติดตลาด
พอต้องทำงานที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางค์
ผู้ชายขี้อายคนนี้ไปที่เคาท์เตอร์เครื่องสำอางค์ยี่ห้อโปรดของเรา
มันจะหายากอยู่แล้วเพราะเป็นโลโก้ที่ฮันนี่ไม่คุ้นตาเวลาเดินห้าง
ก็ยังเดินหาจนเจอแล้วก็ซื้อเครื่องสำอางค์ยี่ห้อนั้นมาทำงาน
แถมยังสังเกตว่าตัวอักษรในยี่ห้อนั้นมันเหมือนๆชื่อย่อของเรากับฮันนี่ซะอีก
ครั้งนึง คุณเปรมแกล้งฮันนี่ด้วยการอำว่า เราไม่สบายหนักมากนะ
ต้องผ่าตัด ไม่รู้อาการจะเป็นยังไง
ฮันนี่ตกใจมาก ลุกลี้ลุกลนถามว่าเราเป็นอะไรไป
คุณเปรมก็บอกว่า
เป็นโรคคิดถึงนาย เลือดในเส้นเลือดก็จะมีแต่นาย
ไปวัดสายตามาก็เจอแต่นายในสองตา หายใจเข้าออกก็เป็นนาย
แล้วฮันนี่ก็โวยวายตอบไปว่า
ไอ้บ้า โรคแบบนั้นมีที่ไหน ถ้าจะมีล่ะก็ ฉันนี่แหละที่จะเป็น ไม่ใช่เค้าหร...
แล้วเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าหลุดปาก ก็เลยเงียบทันทีแล้วเดินหนีไปเลย
ผู้ชายอะไร..น่ารักชะมัด
คิดว่าไดหน้านี้อาจจะเป็นพงศาวดารไปก็ได้ถ้าเขียนต่อ
ไดอารี่หน้านี้เราให้คำตอบกับบางคน
ที่เฝ้าถามและเป็นห่วงเรื่องนี้อยู่เสมอแล้วนะคะ
ถามหลายคนเก๊าะเลยตอบทีเดียว
ขอบคุณจริงๆที่แคร์ความรู้สึกเราเสมอ
แต่เรามีความสุขมากจริงๆกับผู้ชายคนนี้
อย่าว่าเราดื้อเลยเนาะ...
![]()

เฮียสักทีเลย...ไม่นึกว่าเจ้เรา
มีเเฟนสะเเล้วคนพิเศษอย่างไม่น่า
เชื่อเลยผู้ชายคนนี้....ดีจังเลยหว่ะเจ้
เค้าเเคร์เจ้มากมายเท่าเขาพระสุเมรุ
ดีจังเลย......
เมื่อไหร่ทรายจะได้เจอคนเเบบนี้น่า
ชอบคำว่าโลกไซเบอร์จัง....
ทรายจะเจริญรอยตามเจ้ได้ไม๊น่ะ
ขอเพื่อนเฮียสักคนดิ 5555555
เเต่ก็อย่างที่ว่า
ไม่เมหือนว่าอยู่ด้วยกันตลอด
เเต่มันก็ไม่ต้องเเคร์อะไรมากเนอะ
ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องการมาช้า..
เจอกันในนี้ก็มีความสุขเนอะ
ถ้าได้เเต่งงานจิงๆอย่าลืมคนสร้าง
เอ็มเอสเอ็นหล่ะ ขอบคุณเค้าสะด้วยน่ะ
555555 ที่หลังบอกว่าเปลี่ยนยี่ห้อ
เครื่องสำอางน่ะ บอกมิสทีน
ทีนี้ได้มาไทยกลับไปพร้อมผื่น
ทั่วหน้า555555
มิสเจ้น่ะจ่ะ บ้ายบาย