counter 15,175

001 : Shongko's Return


ห่างจากการเขียนบล็อกไปเป็นชาติ เหมือนจะทอดทิ้งให้บล็อกสองบล็อก
ทั้งที่นี่กับบล็อกแกงค์ราขึ้นไปเปล่าๆ วันนี้มีเรื่องเศร้า
นั่งหดหู่อยู่ทั้งวันจนได้อ่านบล็อกของคุณreal หรือเรียวคุง
ก็สารภาพกันซึ่งๆหน้าว่าชอบบล็อกคุณเค้ามาก จากเศร้าซึมหมดอาลัยตายอยาก
ก็กลับมาคิกคักแถมยังอารมณ์ดีจนเขียนบล็อกได้อีกต่างหากแหนะ
ขอบคุณคุณเรียลมากๆค่ะ (แหมใจจริงอยากจะเรียกว่าเรียวคุงจังนะ)
พาให้นึกถึงคนชื่อคล้ายๆกันที่ชงโคกำลังแหงนชะเง้อรอคอยจะเจออยู่เลย


ว่าแล้วก็ตั้งต้นใหม่ เขียนคล้ายๆกัน เหมือนๆกันทั้งสองบล็อก
เพราะตัดใจไม่ถูกว่าจะเอาอันไหนทิ้งอันไหน เลยคงไว้ทั้งสองที่เลยแล้วกัน
ตอนนี้มีอะไรหลายๆอย่างในชีวิตที่เปลี่ยนไป

จึงขอเริ่มจากการอธิบายศัพท์ต่างๆที่จะปรากฏอยู่เป็นนิจดังนี้


1.คาบาโกะ ด้วยความภาคภูมิใจประหนึ่งเป็นตำแหน่งนางสาวไทยกันเลย
ชงโคขออธิบายว่า คาบาโกะ เป็นภาษาญี่ปุ่น มาจาก คาบะ ที่แปลว่า ฮิปโป และ โกะที่แปลว่าเด็ก
อันเป็นคำที่พ่อแม่ญี่ปุ่นมักต่อท้ายชื่อลูกสาวให้ดูสมหญิงนั่นเอง
คาบาโกะอาจแปลเป็นไทยได้ว่า ช้างน้ำศรี ก็เป็นได้ จะมีใครเชื่อหรือไม่ว่า
คำๆนี้คือคำที่ ผู้ชายญี่ปุ่นคนนึงใช้เป็นสรรพนามเรียกแฟนของเขาเอง

ถูกต้องแล้ว ชายคนนั้นคือแฟนของชงโคนั่นแหละ มันเริ่มมาจาก
การพบกันครั้งแรกของเราสอง(Web camera)
ด้วยความเป็นคนอวบระยะสุดท้ายก็เลยเกริ่นไปก่อนว่า เราอ้วนนะเธอ
ซึ่งตามความจริง เขาก็ไม่ได้ว่าเราอ้วนเลยแม้แต่น้อย เราดั๊นไปแซว
ว่าเธอหน้าเหมือนจระเข้จังเลย (ชอบแต่ผู้ชายสไตล์เข้)
ทันใดนั้นไอ้หนุ่มนั่นก็พูดมาเลย

"ใครมีอาหารให้หมูบ้าง"


 


เจ็บไปถึงทรวงในเลยคุณเอ๊ย


จากนั้นก็จะมีสรรพนามและสถานะแปลกๆมาฝากชงโคเสมอๆ แต่ละอย่างดีๆทั้งนั้น
จนแม้กระทั่งยอมติดกับเป็นแฟนชงโคแล้วก็ยังไม่วาย

Buta
Buta One
Buta Turbo one (ซึ่งจะมีบูตะเทอร์โบทูตามมาภายหลัง)
Rambo มั่งล่ะ

จนมาจบที่คาบะจัง ไอ้เราก็เป็นคนมีอารมณ์ขันในหัวใจ อ่านการ์ตูนคันนะซัง คนจะสวยช่วยไม่ได้
ก็มีแคแรคเตอร์ชื่อคาบาโกะเลยเอามาเล่าให้เพื่อนสาว(ยังไม่เอ่ยนาม)ฟัง
และแล้ว..เพื่อนสาวก็เอ็นดูเราด้วยการไปบอกอีตานั่นว่ามีตัวการ์ตูนชื่อคาบาโกะ
จากน้องช้างน้ำเฉยๆเลยได้กลายเป็นช้างน้ำศรีไปเลย เต็มยศยิ่งนัก


2. วานิ (เข้) หรือ เฮียในอดีต
เป็นเรื่องน่าแปลกที่ชงโคชอบแต่ผู้ชายที่หน้าตาเหมือนจระเข้
คนที่ยกไว้เป็นท่านพญาชาละวันนั่นก็รู้กันอยู่แล
ส่วนคนนี้ วานิเฉยๆ วานิเป็นเพื่อนของเพื่อนสาวอีกที ซึ่งชงโคก็เป็นฝ่ายไปชอบเค้าก่อน
ด้วยความเรียบร้อยสไตล์หญิงไทย ชงโคก็เฝ้าขอความรักเค้าอยู่เป็นประจำ

ทำอยู่ได้ปีกว่า วานิก็ตกหลุมคาบาโกะอย่างชงโค ยอมเป็นแฟนกันด้วยความงงๆ

เพื่อนสาว : ทำไมไม่คบกับอามิซะที
วานิ : ดูก่อน
เพื่อนสาว : คบเหอะน่า
วานิ : ก็ได้ ฝากบอกเค้าด้วยแล้วกัน


สมัยนี้แล้วจะยืดยาดกันไปทำไม เพื่อนสาวก็ฮอตไลน์สายด่วน เออ เค้ายอมเป็นแฟนกะแกแล้วอะ
คาบาโกะอย่างเราก็ได้แต่อ้าปากหวอ เห้ย เอางั้นเลย

ถึงจะคบกันแบบงงๆ ดำเนินความสัมพันธ์กันแบบงงๆ มาสองเดือนกว่าแล้ว
ด้วยความเป็นมนุษย์เงินเดือนของวานิที่รัก อันทำงานไม่เป็นเวล่ำเวลา
บวกกับความอ่อนแอด้านภาษาของสองฝ่าย จะทำให้ไม่ค่อยได้พบปะกัน
แต่ใจเราโยงถึงกันเสมอ(เหรอ) น่าจะถือได้ว่าแฮปปี้ดี


3. โคโระบ๊กคุรุ เพื่อนสาวแสนรักของชงโคเอง ชื่อเมย์ พกความสูงติดตัวมา 146 cm ถ้วน
(ตรวจสอบโดยกองทำหนังสือเดินทาง กรุงเทพฯ) เมย์จัดได้ว่าเป็นผู้มีอุปการะคุณเป็นที่ยิ่ง
เพราะทั้งเชียร์ทั้งเผาสด จนชงโคเป็นฮิปโปเกรียมไปไม่รู้กี่รอบแล้ว
เมย์เป็นผู้ได้ฉายาว่าบูตะทูเพราะเป็นเพื่อนของบูตะวัน (ซวยมาก)


เมย์มักจะถูกทำร้ายจิตใจโดยไม่รู้ตัวบ่อยๆ อยู่ดีๆคนนี้ก็พูดจาห่าๆใส่บ้าง
อยู่เฉยๆเพื่อนก็มากวนตีนใส่บ้าง แต่หลังจากเมย์ช้ำรักจากหนุ่มญี่ปุ่นที่หนีไปมีเมียปัญญาอ่อนแล้ว

เมย์ก็ได้พบผู้ชายคนหนึ่งเดินทางมาแสนไกลจากฮอกไกโด เมืองหนาวที่สุดของญี่ปุ่น
เข้ามาเกาะแข้งเกาะขา ออดอ้อนออเซาะอยู่ทุกวี่ทุกวัน ไล่ก็แล้ว ด่าก็แล้ว
ก็ยังหน้ามึนอยู่นั่นไม่ไปไหน จนแล้วจนรอด เมย์ก็เลยจับพลัดจับผลูไปเป็นแฟนไอ้หนุ่มดอยเต่าในที่สุด


โคโระบ๊กคุรุเป็นภูติตามความเชื่อของชนเผ่าไอนุ ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของเกาะฮอกไกโด
เป็นภูติแคระ ดูความสูงเพื่อนสาวกับบ้านเกิดแฟนหล่อนแล้วก็เห็นว่าเหมาะสมและเห็นชอบยิ่งนัก


4.ดอย ย่อมาจาก ไอ้หนุ่มดอยเต่า ชายชาวฮอกไกโดคนหนึ่งเป็นเพื่อนของวานิ
ที่หลวมตัวมาหลงรักเพื่อนสาวของชงโคเข้า ฉายาดอยมาจากรอยยิ้มของเขาที่ใสซื่อเหมือนเด็กดอย
แต่ความอ่อนแอทางภาษาและความแตกต่างทางวัฒนธรรม
จึงไม่อาจอธิบายให้เค้ารู้ได้ว่าดอยจริงๆแล้วคืออะไร
 

ดอยเสี่ยงตายแอบเล่นคอมวานิและได้พบกับเมย์
ดั่งฟ้าลิขิตให้ภูติแคระกับหนุ่มไอนุเมื่อปางก่อนมาพบกัน

ตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่าเพื่อนสาวจะโขกสับจิกกันยังไง ก็ยัง ไฮ้ ไฮ้ ไฮ้
พร้อมส่งยิ้มดอยๆเป็นการยืนยันว่ากูสู้ตายทุกครั้ง


ใครบ้างจะไม่เอ็นดูดอย..เพราะดอยเองนิสัยเหมือนชงโคเป๊ะๆแต่อยู่ในร่างผู้ชายนั่นเอง
ส่วนเมย์กับวานิก็นิสัยเหมือนกันแทบทุกอย่าง
มันคงเป็นเพราะแบบนี้ที่ทำให้วังวนชาวเขากับชาวบาดาลเกี่ยวดองกันมาจนถึงทุกวันนี้


วันนี้ก็เห็นจะจบไว้ตรงนี้ ถ้ามีโอกาสก็อาจจะได้กลับมาเขียนอีกเนาะ
แต่โอกาสหน้าขอให้ไม่ใช่เรื่องเศร้า ที่จะนำพาให้คาบาโกะมาเขียนบล็อกแล้วกันนะคะ พระเจ้า
#1-*-



ใกล้แล้วล่ะอ้อม เกือบได้ฟีลเดิมๆเหมือนสมัยก่อนแล้วล่ะ ถ้ายาวกว่านี้ล่ก็ใช่เลย ไดอ้อมออริจินอลต้องยาวจนพออ่านท้ายเรื่องแล้วจะลืมต้นเรื่อง เกือบล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
หยกส์on 2006-06-27 13:52:54
#2ก๊ากกกกกกกกกกกกก



โถๆ แม่ชงโคกลับมาแล้วเรอะ อยู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้เลยกดเข้ามาดู ไม่คิดว่าจะกลับมาอัพแล้ว 555



ปล.เอ๊ะ หรือต้องเรียกแม่คาบาโกะแล้วรึเปล่า? อิอิ
SeReNe~on 2006-06-28 00:00:45
#3เห้ยยน่ารักกกกกกกกกกกกก

อยากมีเเบบนี้บ้าง มีเเฟนเเล้วไม่บอกกัน

น่ะ เชอะ ไม่ได้มานาน หรือมาจนหลายครั้ง

เเล้วเจ้ไม่อัพสักทีดีใจด้วยน่ะเจ้

!!!Kuzazin3on 2006-07-11 19:05:40
#4กลับมาแล้ว...และกลีบไปพร้อมๆกัน -*-
adianaon 2006-08-04 13:28:12
#5ดีใจด้วยนะแม่ ในที่สุดก็ลงหลักปักฐาน (ในบ่อฮิปโป้)เสียที..หลังจากด้อมๆมองผ่านกรงเสือสิงอยู่เป็นนาน





ว่าจะบอกตั้งนานแล้ว เราว่าอ้อมหน้าเหมือนคนที่เล่นเป็นโนบูตะอ่ะ.. เห็นทีไรนึกถึงอ้อมทุกที ---    --- ''
Gansekiz*on 2006-08-11 11:41:04

Post Comment






พิมพ์ตัวอักษรตามที่เห็น
คำว่า "นก" ภาษาอังกฤษสะกดว่าอยา่งไร? (คำถามป้องกันสแปม)







♪แชทรูม

Firefox 2
แก้ปัญหาเม้นไอคอนไม่ติด ด้วย Firefox

shongko